บทสัมภาษณ์ คุณเดชา บัวคำ
อาชีพ : วิศวกรโรงงานผลิตของเล่น
ประสบการณ์ : ทำงานด้านแม่พิมพ์ 10 ปี ,ใช้เครื่อง CNC และ ซอฟท์แวร์ประเภท CAM 5 ปี

E-mail : decha.b@thaimail.com


สวัสดีครับ ขอรบกวนเวลาคุณเดชาสักครู่ครับ ?

-ยินดีครับ

ก่อนที่มาทำงานตรงส่วนนี้คุณเดชาทำอะไรมาก่อน ?

-จริง ๆ แล้ว คือหลังจากที่ผมจบชั้นมัธยมศึกษาปลาย ก็มาทำงานที่บริษัทนี้เลย

ไม่ทราบว่าตำแหน่งอะไรครับ

-เริ่มแรกก็มาทำงานตรงส่วน Tooling จากการเป็นพนักงานรายวันมาก่อนนะครับ แล้วจากนั้นจะดูกันที่ความสามารถว่าถ้ามีความสามารถเพิ่มขึ้นก็จะมีการปรับขั้นให้ โดยอันดับแรกก็จะมาเรียนรู้งานจากรุ่นพี่ ว่าคุณจะต้องตะไบงานอย่างไร เปิดงานอย่างไร เวลาจะซ่อมต้องทำอย่างไรก่อน จากนั้นก็มาเรียนเกี่ยวกับส่วนประกอบของแม่พิมพ์ว่าแต่ละส่วนมีหน้าที่อย่างไร แล้วก็จะเป็นการ maintenance เกี่ยวกับการเก็บรักษาแม่พิมพ์ทำอย่างไร ผมก็ทำงานตรงส่วนนี้มาตลอด

ทำมาประมาณกี่ปีแล้วครับ

-ตั้งแต่เข้ามาทำงานจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 10 ปี พอดี

ทราบว่าคุณเดชาได้ไปศึกษาต่อใช่ไหมครับ

-ครับ ก็หลังจากที่ผมทำงานได้ สักระยะหนึ่ง ตอนนี้ผมก็กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ในสาขาเครื่องกล ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าดี เพราะว่า ณ จุดนั้นเราได้รู้จักคนหลาย ๆ คน ซึ่งได้ใช้เครื่องมือต่าง ๆ หลายอย่าง ทำให้ผมสามารถนำมาปรับปรุงใช้กับงานที่ผมทำอยู่

งานที่ทำ(แม่พิมพ์ สำหรับฉีดเป็นชิ้นส่วนพลาสติกของ ของเล่นเด็ก)มีความละเอียดถึงขนาดไหนครับ

อย่างส่วนที่ผมทำอยู่จะอยู่ที่ 10 ไมครอน ของการกัดขึ้น 3D ก็คือแล้วแต่ชนิดงานว่าเค้าต้องการงานละเอียดแค่ไหน ซึ่งตรงจุดนี้ก็แล้วแต่นะครับ

แล้วจุดที่ทำให้คุณเดชาหันมาใช้ซอฟต์แวร์ทางด้าน CAM

-คือตอนนั้นผมคิดว่า การซ่อมบำรุง การ modify mould ตรงนี้เราเองก็ทำมาเรื่อย ๆ แต่ว่าก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่ช่วงหนึ่ง คือ เมื่อทาง Engineer ต้องการที่จะ modify หรือทำ new part ที่ยากขึ้น ซึ่งทางผมนั้นใช้ CNC เราจะใช้ระบบ manual คือใช้มือเขียนโดยจะวาดรูปขึ้นมา

ใช้ G code ใช่ไหมครับ

-ครับ ใช่ครับ ใช้ G code ซึ่งจะช้าและเสียเวลามาก และในส่วนของ 3D นั้นทำไม่ได้เลย หลังจากนั้นทำให้มีการคุยกันว่าเราจะไปในทิศทางไหน จึงได้ตกลงกันว่าเพื่อเป็นการฝึกทักษะให้กับพนักงานและเป็นการทำแม่พิมพ์ใหม่ด้วย เพื่อทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจระบบแม่พิมพ์มากยิ่งขึ้น ก็จึงได้ซื้อ CNC มา 2 ตัวพร้อมกับซอฟต์แวร์มาหนึ่งตัว โดยที่ตอนซื้อนั้นเราไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย คือไม่มีความรู้ทางด้าน CAM

หลังจากใช้มาระยะหนึ่งเราก็เริ่มเข้าใจในซอฟต์แวร์พวกนี้มากขึ้น ทำให้เราทราบว่าซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่นั้นไม่สามารถรองรับงานที่เราจะทำได้ เช่น ในงานที่ค่าผิวละเอียดขึ้น เราก็จึงได้หาซอฟต์แวร์ตัวอื่นเพื่อมารองรับงานตรงส่วนนี้

โดยเราเองได้สอบถามไปที่บริษัทแม่ ที่ญี่ปุ่นว่าใช้ซอฟต์แวร์อะไร ก็ได้รับคำตอบว่าในส่วนของ CAM ที่ใช้คือ Master CAM ซึ่งเราเองก็มี vendor ซึ่งเราจ่ายแม่พิมพ์ให้ไปทำ เราก็ไปดู บริษัทเขา ลักษณะงานเป็นอย่างไร บริษัทเป็นอย่างไร แล้วก็ไปดูว่าเค้าใช้ซอฟต์แวร์อะไร เค้าเองก็บอกว่าเค้าก็ใช้ Master CAM ทำให้ทางเราก็ได้กลับมาคุยกันว่าถ้าเราใช้ซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันก็น่าจะไปด้วยกันได้ จากนั้นเราก็ได้ไปหาผู้แทนจำหน่าย Master CAM ก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้

มีเทคนิคในการเลือกซอฟท์แวร์ CAM อย่างไรครับ

-ผมเคยไปที่สิงคโปร์ ซึ่งตอนนี้ก็มีซอฟท์แวร์เยอะ ก็มีทั้ง MasterCAM แล้วก็ Cimatron ผมไปดูที่จีน MasterCAM ก็มีเยอะครับ แต่ว่าที่ผมถามทางสิงค์โปร์ และจีน ว่าแล้วดูอย่างไรว่าซอฟต์แวร์ตัวไหนดี เอาอะไรมาวัด มาเปรียบเทียบ ซึ่งเค้าก็บอกว่าเค้าจะดูตอนที่ G Code ออกมา แล้วการกัดของ machine ซอฟต์แวร์ตัวไหนที่ดี machine จะมีการยกหัวของ machine จะไม่บ่อย ส่วนมากจะลง แล้วก็ smooth แล้วก็วิ่ง ๆ จากนั้นจบโปรแกรมก็จะยกกลับ เค้าบอกว่าถ้ายิ่งยกบ่อย จะทำให้เครื่องสึกหรอได้ง่าย ก็จะเป็นเกี่ยวกับพวก Tool ต่าง ๆ อีกส่วนหนึ่งก็คือผิวงานที่ออกมาว่าตัวไหนจะสวยกว่ากัน

วงการ CAD/ CAM เกี่ยวกับกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ทั้งหลายของเรา เมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งคุณเดชาเองก็ได้ไปดูงานมาเป็นอย่างไรบ้าง

อันที่จริงแล้วอุตสาหกรรมของเรานั้นไม่เหมือนกัน อย่างในส่วนที่ผมไปดูที่ประเทศจีนนะครับ ที่เค้าพัฒนาการใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้เร็วเพราะว่าอุตสาหกรรมหลักของเขาอยู่ที่จุดนั้น เค้าทำแม่พิมพ์มาก่อนแล้วเค้าก็เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยอุตสาหกรรมที่จะทำใหญ่ ๆ นะมีน้อยครับ ทำให้การแพร่หลายของซอฟต์แวร์เป็นไปได้ช้า โดยในส่วนของจีนอุตสาหกรรมหลักของเค้าส่วนมากแต่ละที่ส่วนมากจะเป็นการผลิตแม่พิมพ์ เพื่อส่งให้ที่อื่นด้วย รวมทั้งรองรับในบ้านของเค้าเองด้วย โดยเค้าจะมีการแต่งหนังสือขาย ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยซึ่งจะอยู่ในลักษณะสงวนลิขสิทธิ์มากกว่า ก็คือถ้าคุณซื้อลิขสิทธิ์มา แล้วคุณไม่ต้องการที่จะให้มันแพร่ไปโดยที่เค้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยก็คือเค้าไม่ได้เสียเงิน ทำไมเราต้องไปปล่อยให้จุดนั้น แต่ว่าที่จีนนะครับพอเค้าซื้อมาประชากรเค้าเยอะ เค้าก็จะต้องการเอาคนที่เก่งที่สุดมาทำงานที่โรงงานเค้า ฉะนั้นการแต่งหนังสือขาย การทำ copy ซอฟต์แวร์นั้นก็ค่อนข้างจะเยอะ

ก็เลยทำให้ซอฟต์แวร์ของเค้าแพร่หลายมากกว่าที่เมืองไทย

ใช่ครับ ซอฟต์แวร์เค้าจะแพร่หลายมากกว่า

มีอะไรจะฝากถึงน้อง ๆ ที่จะจบมาแล้วมาทำงานในวงการอุตสาหกรรมนี้

ตามที่ผมดูนะครับ ส่วนมากที่จบ ๆ กันมาก็คือ ส่วนมากก็จะได้ทางด้านทฤษฎีมากกว่า อาจจะอ่อนเรื่องแนวปฏิบัติและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในส่วนของแม่พิมพ์ อย่างส่วนที่ผมเจอ ก็ร้อยแปดละครับ ซึ่งพวกนี้เป็นงานที่ละเอียด รวมทั้งปัญหานั้นก็มีอยู่มาก อยากจะบอกว่าถ้าคิดว่าจะมาในสายงานของแม่พิมพ์ อยากจะให้ศึกษาก็มาก ๆ หน่อยจะดีกว่า

รวมทั้งซอฟต์แวร์ด้วยไหมครับ

ผมมองว่าซอฟต์แวร์นั้นเรียนกันได้ ง่ายด้วย แต่ถ้าหลัก ๆ ก็คืออยากให้เข้าใจในส่วนของแม่พิมพ์มากที่สุด เป็นพื้นฐาน ถ้าคุณเข้าใจในส่วนประกอบของแม่พิมพ์แล้ว เข้าใจในปัญหาของแม่พิมพ์แล้ว การที่จะใช้ซอฟต์แวร์มาทำงานตรงจุดนี้นั้นง่าย เพราะคุณจะเข้าใจว่าถ้าคุณจะกัดพิมพ์สักชิ้นหนึ่ง คุณรู้ว่าจุดประสงค์หลักของพิมพ์นี้จะเอาไปทำอะไร คุณก็จะรู้ว่าจะกัดอย่างไร เพราะว่าซอฟต์แวร์แต่ละตัวลักษณะการทำงานจะต่างกัน จะมีหลายรูปแบบให้เราเลือกว่ากัดอย่างไรจึงจะสวย กัดอย่างไรจึงจะดี ตรงจุดนี้จะเป็นประสบการณ์ของ แต่ละคน ถ้าไปถามเค้าว่าถ้าผมต้องการจะกัดแบบนี้จะใช้ตัวไหน อย่าง MasterCAM มี การกัดหลายแบบ ซึ่งตรงจุดนั้นจะบอกว่ากัดแค่หนึ่งครั้งไม่ได้หรอก แต่ทีนี้คุณต้องดูว่างานของคุณเป็นอย่างไร โดยเราต้องเอาประสบการณ์มาบวกกับซอฟต์แวร์

ขอขอบคุณ คุณเดชามากครับ
เช่นกันครับ