-ยินดีครับ
ก่อนที่มาทำงานตรงส่วนนี้คุณเดชาทำอะไรมาก่อน
?
-จริง ๆ แล้ว คือหลังจากที่ผมจบชั้นมัธยมศึกษาปลาย
ก็มาทำงานที่บริษัทนี้เลย
ไม่ทราบว่าตำแหน่งอะไรครับ
-เริ่มแรกก็มาทำงานตรงส่วน
Tooling จากการเป็นพนักงานรายวันมาก่อนนะครับ แล้วจากนั้นจะดูกันที่ความสามารถว่าถ้ามีความสามารถเพิ่มขึ้นก็จะมีการปรับขั้นให้
โดยอันดับแรกก็จะมาเรียนรู้งานจากรุ่นพี่ ว่าคุณจะต้องตะไบงานอย่างไร
เปิดงานอย่างไร เวลาจะซ่อมต้องทำอย่างไรก่อน จากนั้นก็มาเรียนเกี่ยวกับส่วนประกอบของแม่พิมพ์ว่าแต่ละส่วนมีหน้าที่อย่างไร
แล้วก็จะเป็นการ maintenance เกี่ยวกับการเก็บรักษาแม่พิมพ์ทำอย่างไร
ผมก็ทำงานตรงส่วนนี้มาตลอด
ทำมาประมาณกี่ปีแล้วครับ
-ตั้งแต่เข้ามาทำงานจนถึงปัจจุบันนี้ก็
10 ปี พอดี
ทราบว่าคุณเดชาได้ไปศึกษาต่อใช่ไหมครับ
-ครับ ก็หลังจากที่ผมทำงานได้
สักระยะหนึ่ง ตอนนี้ผมก็กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ในสาขาเครื่องกล
ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าดี เพราะว่า ณ จุดนั้นเราได้รู้จักคนหลาย
ๆ คน ซึ่งได้ใช้เครื่องมือต่าง ๆ หลายอย่าง ทำให้ผมสามารถนำมาปรับปรุงใช้กับงานที่ผมทำอยู่
งานที่ทำ(แม่พิมพ์ สำหรับฉีดเป็นชิ้นส่วนพลาสติกของ
ของเล่นเด็ก)มีความละเอียดถึงขนาดไหนครับ
อย่างส่วนที่ผมทำอยู่จะอยู่ที่
10 ไมครอน ของการกัดขึ้น 3D ก็คือแล้วแต่ชนิดงานว่าเค้าต้องการงานละเอียดแค่ไหน
ซึ่งตรงจุดนี้ก็แล้วแต่นะครับ
แล้วจุดที่ทำให้คุณเดชาหันมาใช้ซอฟต์แวร์ทางด้าน
CAM
-คือตอนนั้นผมคิดว่า การซ่อมบำรุง
การ modify mould ตรงนี้เราเองก็ทำมาเรื่อย ๆ แต่ว่าก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่ช่วงหนึ่ง
คือ เมื่อทาง Engineer ต้องการที่จะ modify หรือทำ new part
ที่ยากขึ้น ซึ่งทางผมนั้นใช้ CNC เราจะใช้ระบบ manual คือใช้มือเขียนโดยจะวาดรูปขึ้นมา
ใช้ G code ใช่ไหมครับ
-ครับ ใช่ครับ ใช้ G code
ซึ่งจะช้าและเสียเวลามาก และในส่วนของ 3D นั้นทำไม่ได้เลย หลังจากนั้นทำให้มีการคุยกันว่าเราจะไปในทิศทางไหน
จึงได้ตกลงกันว่าเพื่อเป็นการฝึกทักษะให้กับพนักงานและเป็นการทำแม่พิมพ์ใหม่ด้วย
เพื่อทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจระบบแม่พิมพ์มากยิ่งขึ้น ก็จึงได้ซื้อ
CNC มา 2 ตัวพร้อมกับซอฟต์แวร์มาหนึ่งตัว โดยที่ตอนซื้อนั้นเราไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย
คือไม่มีความรู้ทางด้าน CAM
หลังจากใช้มาระยะหนึ่งเราก็เริ่มเข้าใจในซอฟต์แวร์พวกนี้มากขึ้น
ทำให้เราทราบว่าซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่นั้นไม่สามารถรองรับงานที่เราจะทำได้
เช่น ในงานที่ค่าผิวละเอียดขึ้น เราก็จึงได้หาซอฟต์แวร์ตัวอื่นเพื่อมารองรับงานตรงส่วนนี้
โดยเราเองได้สอบถามไปที่บริษัทแม่
ที่ญี่ปุ่นว่าใช้ซอฟต์แวร์อะไร ก็ได้รับคำตอบว่าในส่วนของ CAM
ที่ใช้คือ Master CAM ซึ่งเราเองก็มี vendor ซึ่งเราจ่ายแม่พิมพ์ให้ไปทำ
เราก็ไปดู บริษัทเขา ลักษณะงานเป็นอย่างไร บริษัทเป็นอย่างไร
แล้วก็ไปดูว่าเค้าใช้ซอฟต์แวร์อะไร เค้าเองก็บอกว่าเค้าก็ใช้
Master CAM ทำให้ทางเราก็ได้กลับมาคุยกันว่าถ้าเราใช้ซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันก็น่าจะไปด้วยกันได้
จากนั้นเราก็ได้ไปหาผู้แทนจำหน่าย Master CAM ก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้
-ผมเคยไปที่สิงคโปร์ ซึ่งตอนนี้ก็มีซอฟท์แวร์เยอะ
ก็มีทั้ง MasterCAM แล้วก็ Cimatron ผมไปดูที่จีน MasterCAM
ก็มีเยอะครับ แต่ว่าที่ผมถามทางสิงค์โปร์ และจีน ว่าแล้วดูอย่างไรว่าซอฟต์แวร์ตัวไหนดี
เอาอะไรมาวัด มาเปรียบเทียบ ซึ่งเค้าก็บอกว่าเค้าจะดูตอนที่
G Code ออกมา แล้วการกัดของ machine ซอฟต์แวร์ตัวไหนที่ดี machine
จะมีการยกหัวของ machine จะไม่บ่อย ส่วนมากจะลง แล้วก็ smooth
แล้วก็วิ่ง ๆ จากนั้นจบโปรแกรมก็จะยกกลับ เค้าบอกว่าถ้ายิ่งยกบ่อย
จะทำให้เครื่องสึกหรอได้ง่าย ก็จะเป็นเกี่ยวกับพวก Tool ต่าง
ๆ อีกส่วนหนึ่งก็คือผิวงานที่ออกมาว่าตัวไหนจะสวยกว่ากัน
วงการ CAD/ CAM เกี่ยวกับกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ทั้งหลายของเรา
เมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งคุณเดชาเองก็ได้ไปดูงานมาเป็นอย่างไรบ้าง
อันที่จริงแล้วอุตสาหกรรมของเรานั้นไม่เหมือนกัน
อย่างในส่วนที่ผมไปดูที่ประเทศจีนนะครับ ที่เค้าพัฒนาการใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้เร็วเพราะว่าอุตสาหกรรมหลักของเขาอยู่ที่จุดนั้น
เค้าทำแม่พิมพ์มาก่อนแล้วเค้าก็เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยอุตสาหกรรมที่จะทำใหญ่
ๆ นะมีน้อยครับ ทำให้การแพร่หลายของซอฟต์แวร์เป็นไปได้ช้า โดยในส่วนของจีนอุตสาหกรรมหลักของเค้าส่วนมากแต่ละที่ส่วนมากจะเป็นการผลิตแม่พิมพ์
เพื่อส่งให้ที่อื่นด้วย รวมทั้งรองรับในบ้านของเค้าเองด้วย โดยเค้าจะมีการแต่งหนังสือขาย
ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยซึ่งจะอยู่ในลักษณะสงวนลิขสิทธิ์มากกว่า
ก็คือถ้าคุณซื้อลิขสิทธิ์มา แล้วคุณไม่ต้องการที่จะให้มันแพร่ไปโดยที่เค้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยก็คือเค้าไม่ได้เสียเงิน
ทำไมเราต้องไปปล่อยให้จุดนั้น แต่ว่าที่จีนนะครับพอเค้าซื้อมาประชากรเค้าเยอะ
เค้าก็จะต้องการเอาคนที่เก่งที่สุดมาทำงานที่โรงงานเค้า ฉะนั้นการแต่งหนังสือขาย
การทำ copy ซอฟต์แวร์นั้นก็ค่อนข้างจะเยอะ
ก็เลยทำให้ซอฟต์แวร์ของเค้าแพร่หลายมากกว่าที่เมืองไทย
ใช่ครับ ซอฟต์แวร์เค้าจะแพร่หลายมากกว่า
มีอะไรจะฝากถึงน้อง ๆ
ที่จะจบมาแล้วมาทำงานในวงการอุตสาหกรรมนี้
ตามที่ผมดูนะครับ ส่วนมากที่จบ
ๆ กันมาก็คือ ส่วนมากก็จะได้ทางด้านทฤษฎีมากกว่า อาจจะอ่อนเรื่องแนวปฏิบัติและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในส่วนของแม่พิมพ์
อย่างส่วนที่ผมเจอ ก็ร้อยแปดละครับ ซึ่งพวกนี้เป็นงานที่ละเอียด
รวมทั้งปัญหานั้นก็มีอยู่มาก อยากจะบอกว่าถ้าคิดว่าจะมาในสายงานของแม่พิมพ์
อยากจะให้ศึกษาก็มาก ๆ หน่อยจะดีกว่า
รวมทั้งซอฟต์แวร์ด้วยไหมครับ
ผมมองว่าซอฟต์แวร์นั้นเรียนกันได้
ง่ายด้วย แต่ถ้าหลัก ๆ ก็คืออยากให้เข้าใจในส่วนของแม่พิมพ์มากที่สุด
เป็นพื้นฐาน ถ้าคุณเข้าใจในส่วนประกอบของแม่พิมพ์แล้ว เข้าใจในปัญหาของแม่พิมพ์แล้ว
การที่จะใช้ซอฟต์แวร์มาทำงานตรงจุดนี้นั้นง่าย เพราะคุณจะเข้าใจว่าถ้าคุณจะกัดพิมพ์สักชิ้นหนึ่ง
คุณรู้ว่าจุดประสงค์หลักของพิมพ์นี้จะเอาไปทำอะไร คุณก็จะรู้ว่าจะกัดอย่างไร
เพราะว่าซอฟต์แวร์แต่ละตัวลักษณะการทำงานจะต่างกัน จะมีหลายรูปแบบให้เราเลือกว่ากัดอย่างไรจึงจะสวย
กัดอย่างไรจึงจะดี ตรงจุดนี้จะเป็นประสบการณ์ของ แต่ละคน ถ้าไปถามเค้าว่าถ้าผมต้องการจะกัดแบบนี้จะใช้ตัวไหน
อย่าง MasterCAM มี การกัดหลายแบบ ซึ่งตรงจุดนั้นจะบอกว่ากัดแค่หนึ่งครั้งไม่ได้หรอก
แต่ทีนี้คุณต้องดูว่างานของคุณเป็นอย่างไร โดยเราต้องเอาประสบการณ์มาบวกกับซอฟต์แวร์
ขอขอบคุณ คุณเดชามากครับ
เช่นกันครับ