CADThai
# ขอทราบที่มาของการเป็นตัวแทนจำหน่าย
ARCHICAD ครับ
คุณชาติชาย
:: จริง
ๆ แล้วเรามอง Solution ที่ทะลุไปทั้งหมดเพียงแต่ตัว
ARCHICAD เนี่ยเป็นตัวที่ขาดหายไป ที่เราทำแล้ว ยังไม่ครบ
เพราะตอนก่อนเราก็ศึกษามาหลายค่าย ปรากฏว่าไอ้ที่เราศึกษามาในหลายฝ่าย
เราคิดว่าเทคโนโลยีมันไม่ตอบสนองปัญหาคือเรามองว่ายังไม่มีเทคโนโลยีไหนที่จะทำได้ก็เริ่มศึกษาว่า
เทคโนโลยีที่เราใช้กันพื้นฐานมันทำไมทำกันไม่ได้แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนที่จะทำได้
เราจะมาติดขัดอยู่ที่ปัญหานะสิ ตัวเทคโนโลยีที่ว่ามันไม่สามารถตอบสนองได้เช่น
โปรแกรมอื่น ๆ ที่ 2 มิติ 3 มิติ อะไรก็แล้วแต่ ผมต้องการที่จะประมาณราคา
แต่มันทำไม่ได้ ซึ่งผมจะตอบคำถาม ที่ผม design ไม่ได้
เนี่ย OK งั้นผมถอยหลัง ผมต้องการได้ AREA ปรากฏว่าก็ไม่ได้
แต่ส่วนใหญ่ทุกคนบอกว่าได้ เพราะว่าผม design พนัง ผมตัวนี้ปุบเป็นแบบเนี่ย
ผมต้องการทราบว่าตัวนี้พื้นที่เท่าไร ทุกคนบอกว่าได้
แต่จริง ๆ ถ้าเอาแง่ของมืออาชีพนี่ไม่ได้ เวลาเรานับพื้นที่ขายเนี่ยในกรณีที่ผนังอาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารที่ไม่เป็นส่วนหรับแรงสามารถนับส่วนกลางของผนังได้
ยกตัวอย่างเช่น ผมก่ออิฐฉาบปูนตัวนี้ผมขายพื้นที่คือผมนับครึ่งหนึ่งของผนังเป็นส่วนพื้นที่ขาย
แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นเสาขึ้นมาหรือเป็นผนังรับแรงเมื่อไหร่ปุบไปนับส่วนนั้นไม่ได้
อย่างเช่นที่เมืองทองธานีที่ สคบ. เล่นงานหละ เนี่ยตัวดีเลย
เอาพื้นที่นับตรงกลางเนี่ย แต่ เป็นพื้นที่รับแรง นี่ไม่ได้ต้องนับขอบ
ถ้าเป็นเงื่อนไขแบบนี้ไม่ได้แล้ว อย่างเช่น คอนโดมิเนียม
มันมีอยู่เฉพาะ floor เดียว เนี่ย 80-100 ห้อง ใครจะขยันมา
นับเนี่ยหลาย ๆ แบบ ทำไม่ได้อยู่แล้ว คราวนี้พอซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือเวลาที่จะนับเนี่ย
เกิดผมมีห้องที่เป็นซอก เยอะๆ จะต้อง คลิก ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วมาสร้างเส้น
เพื่อที่จะมานับพื้นที่ แล้วจะคลิกกันอย่างไง วุ่นวายหมดบางทีมีนับเส้นกึ่งกลางบางทีไม่กึ่งกลางบางที
ต้องมาสร้างเส้นลอยเส้นหลอกมาอันหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่า
ARCHICAD สามารถทำได้ นับให้ได้โดยอัตโนมัติ
การใส่
hatch ก็เช่นเดียวกัน เราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของพื้นที่ได้โดยที่
hatch ก็จะปรับเปลี่ยนตามไปด้วย จากการศึกษาปรากฏว่า
ของเจ้าอื่น ของเค้าเนี่ยคือ CAD 2 D มันคือ 2 D CAD
เพียงต่อไปจะขึ้น 3 D ได้แค่นั้นเอง คือ 3 D การ แล้วก็มาบวกด้วยโปแกรมขั้นตอนทั้งหลายเป็นเจ้า
อะไรก็แล้วแต่เป็นตระกูลนี้ทั้งหมด จะคือ หลักคือจะมี
ตัวนี้ไม่ได้ผลิตเพื่องาน โดยตรง แต่ถ้า มีตัวเดียวแบบนี้เลย
คือไม่มีพักพิงแบบนี้ไม่มีแน่นอน อันนี้ไม่ต้องแล้วก็ปรากฏว่าตัวนี้ทำออกแบบได้
เขียนแบบได้ ประมาณราคาได้ แล้วRender ในโปรแกรมได้
ออก ได้อยู่ในตัวได้ในขณะเดียวกัน
สมมติสถาปนิก บอกว่าทาง engineer เค้าต้องการได้ไป
3 แ ปลน 3 รูป 3 ข้อมูล เป็นชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3
รูปด้าน คือผมให้แค่นี้ผมก็กำหนดตัวนี้ผมกำหนดปุ่มของ
Layerได้ ว่าLayer นี้ของวิศวกรโครงสร้างแล้วผมก็เอา
File นี้ลาก ปึง ๆ ๆ ๆ ผมก็ไปปิดLayer ที่ คือว่า
มี 50 Layer ผมก็เข้าใจว่าต้องการเพียง 3 หรือ 4 5
Layer เค้าก็จะเห็นแค่ปุ่ม ๆ นี้ พอปุ่มนี้คือเริ่มจาก
Layer เฉพาะปุ่มนี้ปุ่มเดียวสำหรับโครงวิศวกร เกิดมีอยู่
10 File ผมก็บอก File ทั้ง 10 นี้ เป็นนามสกุล dwg
ซะ ก็เป็น dwg หมดเลย โปรแกรมอื่น จะต้องไป change
ทีละ Fileๆ
พอเป็นตัวนี้เสร็จคราวนี้ก่อนที่จะเป็นมันก็จะถาม Pop
up ขึ้นมาถามก่อนว่า เนื่องจากบริษัทวิศวกรอาจจะมีมาตรฐานของ
Layer หรือเบอร์ปากกาของเค้าต่างหากที่มีมาตรฐาน ฉะนั้นก็ต้องการ
Layer ปุ่มลายของปากกาของ ที่จะส่งออกไป ฉะนั้นต้องการให้เป็น
คนละมาตรฐานฉะนั้นเราก็เอามาตรฐานวิศวกรมา บอกว่า Layer
นี้ของเราเท่ากับของเค้าเบอร์นี้ เบอร์นี้ ฉะนั้น File
ที่ได้เนี่ยก็เป็น DWG โดยเค้าอ่านได้ Layer พร้อมทุก
คือไม่ต้องไปเปลี่ยนเอง แต่ในขณะที่เอากลับมาละคราวนี้มันก็จะเอากลับมาจะ
Convert กลับคืนเหมือนเดิมก็อยู่ใน Layer เหมือนเดิม
ฉะนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องขบวนการของการทำงานร่วมกันแต่ปรากฏว่าลงไปลึกกว่านั้น
กลับกลายเป็นคนละเรื่องอีก สิ่งที่เราน่าจะสนใจก็คือว่าที่เราทุกคนทำงานแล้วมีปัญหามากที่สุด
ในฐานะของคุณสมศักดิ์เล่น CAD มาน่าจะมองเห็นภาพว่า
ถ้าเกิดผมตึก 1 ตึกเนี่ย ตึกค่อนข้างใหญ่หน่อยเกิดผมมีอยู่
มีสถาปนิกอยู่ 10 คน คนหนึ่งทำ 10 File ก็คือ 100 File
แล้ว project ใหญ่ ๆ หน่อย ทำไปสักเดือน สองเดือน ปรากฏว่าเจ้าของงานขอแก้ไข
คราวนี้ก็ต้องมาแก้แล้ว Save ใหม่ เป็นอีก 10 File อีกเหมือนกัน
ตอนนี้เริ่มมี 200 File แล้ว แล้วกว่าอาคารมันจะสร้างจนเสร็จมันต้องแก้อีกกี่ครั้งฮะ
มันมีไม่รู้กี่ Version สรุปแล้ว File ตัวนี้กลายเป็น
1000 File แล้วมีวันใดวันหนึ่งที่เราบอกว่าเราต้องการหา
File นี้แล้วไอ้คนนี้ไม่มาแล้วทำไง หรือ File ตัวนี้ไปอยู่ที่ไหน
หากันไม่เจอละ อันนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุดในการทำงาน
ปรากฏว่า ARCHICAD มี File เดียว ทั้งหมดเนี่ยมีแค่หนึ่ง
File Project เดียวมีแค่ 1 File แล้วมี Drawing Manament
ให้เองอีกต่างหากว่า File ที่เรา Drawing ชุดนี้ เรียกว่าเป็น
Prelim ตัวนี้เป็น Develop แล้ว ตัวนี้ ยื่นปลูกสร้าง
ตัวนี่ยื่นประกอบ เราก็จะมา Develop ตัวนี้ก็จะมาลากมันก็จะมาเสร็จที่ตัวมันเอง
ฉะนั้นเราจะ keep track แล้วตัวนี้ก็เป็น ก็คืออยู่ที่
Centerline ก็คืออยู่ที่ Center อยู่ที่ ระบบ Library
ก็เป็นระบบ Library เดียว ทุกคนดึงมาทุกระบบแต่กลับกลายว่าถ้า
Block คนนี้เรียก Block หนึ่ง ๆ ๆ แต่หาแค่ Block หน้าต่าง
แบบเดียวกันมีอยู่ 20 เบอร์ File ชื่อ Block maintain
กันไม่ได้ ต่างคนต่างทำ ทำให้ประสิทธิภาพ ในมวลรวมเนี่ยเรามีปัญหามากเพราะกระบวนการที่ทำงานในการออกแบบตึกประมาณ
30% ขึ้นไปคือการพัฒนาขั้นตอนออกแบบก็คือ งาน detail
งานทำ block พวก detail Drawing ฉะนั้นเราจะต้องมาทำงานซ้ำ
ๆๆๆกันตลอดไม่มี Center และไม่สามารถ Develop ผมออกแบบตัวหนอนที่รถวิ่งก็แล้วกันครั้งนี้ทำไมมันวิ่ง
แล้วมันกระเทือน อีกครั้งหนึ่ง มันไม่กระเทือนแต่ทำไมครั้งนี้แล้วสุดท้าย
block นี้หายไปไหน คนนี้ออกมั่ง คนนี้เข้ามั่ง ไวรัสกิน
ไม่มีการพัฒนาต่อเนื่องว่าตัวนี้ดีแล้วแต่น่าจะเพิ่มสีมันก็ต้องมี
Version ของตัวมันเอง block แต่ละ block เนี่ย detail
มือจับ detail ประตู ทุกอย่างต้องมี block มาตรฐานแล้วก็สามารถปรับแก้ได้แล้วปรับแก้ได้แล้วต้องพัฒนาเป็น
Versionให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นงานออกแบบเราจะดึงออกมาใช้งานได้เลยมันจะง่ายไม่อย่างนั้นเราก็ไปเริ่มใหม่เอาของเก่ามาตัดแปะได้บ้างแต่มันก็ไม่ได้มาได้ทั้งหมดอย่างเก่ง
30% 50% ก็ดีใจแล้วแล้วบางครั้งซ้ำ
กันไปซ้ำกันมาแล้วมันเอาเวลามาสูญเปล่าอยู่ตรงนั้น ในกรณีที่ดึงข้อมูลเป็น
Centerline ที่ดึงผ่าน Web มันก็คนละ Story อยู่เหมือนกันเนื่องจาก
Concept ตัวนี้คือมี File เดียวระบบ Library ฉะนั้นผมทำงานเป็นผ่านระบบ
Lan ก็จริงแต่ Data ทั้งหมดผมไปเก็บอยู่ที่ Center แต่ตัว
Process อยู่ที่ เป็นระบบ Data ไปทิ้งอยู่ที่ เซอร์เวอร์แต่ผมสามารถ
ทำออกมาเป็น offline ตัวนี้ทำได้ต่อผมจะเอาตัวนี้ Data
ไปทำต่อที่บ้านก็ได้แต่กลับมามันก็จะ Synchronize มันจะคนละอัน
มันจะคนละอันกับทางฝั่ง AutoCAD จำเป็นจะต้อง Online
ตลอดแล้วก็คือต้องเป็นอันเดียวกัน
ในกรณีที่เป็น Teamwork ถ้า ผมเป็น Head Project
ผมสามารถกำหนดสถาปนิกคนนี้ ทำได้เฉพาะตึก A ชั้น 1
กับ ชั้น 5 ส่วนคนนี้ทำชั้น 3 ส่วนคนนี้ทำเรื่องห้องน้ำ
ซึ่งอยู่ในตึก เดียวกันเค้าจะเห็นเลยว่าส่วนแต่ละส่วนใครเป็นคนทำและจะไปแตะของเค้าไม่ได้เราจะทำเฉพาะที่เราถูก
กำหนดให้เรา ฉะนั้นจะทำงานได้สะดวกขึ้นคือไม่ต้องมี
overlappกัน แต่ถ้าเป็น AutoCAD ต่างคนเอาFile ไปทำกันเองทำ
ๆกันอาจจะไปเหลื่อมกัน หรือคนนี้ Update gridline
แล้วจาก 4 เมตร เป็น 5 เมตร คนนี้อาจจะไม่รู้ หรืออาจจะหลงใช้
File เก่า ทุกอย่างนี้ จะ Update ให้ทุกคนรู้หมดเสร็จแล้วผมก็กำหนดฉะนั้นผมก็จะ
Design ชั้น 3 บริเวณโซน B เนี่ย เฉพาะที่ผมถูกกำหนดผมก็มีสิทธ์
Design ได้แต่อันผมดูได้แต่ผมไม่มีสิทธ์แก้ไขของเขาก็คือ
File เดียวกัน ฉะนั้นมันเป็นทีม
ถ้าผมต้องการประสานงานกับคนอื่นที่เป็นวิศวกรหรือเป็นใครก็แล้วแต่หรือ
Project owner
ผมสามารถเอาตัวนี้ publish เอาขึ้น Web พอ publish ขึ้น
Web มันก็จะแปลงจาก File ArchiCAD ขึ้นไปบน Web โดยใช้
Java แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเห็นตัวนี้โดยเป็น Java
โดยเป็น เหมือนเดิมผมก็ Zoom in Zoom out ได้เหมือนกันแต่ผมไม่ต้องเป็น
ถ้าเป็นฝั่ง AutoCAD ก็คือผมจะต้องแปลง File ตัวเองเป็น
DWF พอขึ้นไปเสร็จเรียบร้อยไป Zoom in Zoom out ได้แต่ในขณะถ้าจะทำ
REDLINE ทำไม่ได้ ทำได้ก็คือเอา File เดี่ยว ๆไปเอาไปแล้วเอาไปเปิดที่เครื่องแล้วก็
พอกลับมา มาคนละ Layer จริงแต่กลับมา Synchronize กันยังไง
แต่ของผมขึ้นไปบน Web แล้วคนก็สามารถจะไปทำ REDLINE
ตรงนี้ได้โดยไม่ต้องเสีย license อันนี้ Free แล้วก็
โดยก็จะกำหนด Userใน Password เข้าไปก็จะกำหนดตัวนี้ก็จะข้อมูลก็จะวิ่งกลับมาที่
Center อยู่ที่ Server ก็จะ Alert ฝ่าย Admin Admin
ก็จะรู้ว่าคนนี้เค้ามาขอแก้ชื่อ ชื่อ ชาติชายมี comment
ขอแก้เรื่องอะไรบริเวณไหนที่เป็นตัวนี้เวลาผม Update
ผมก็จะได้สั่งแก้ไขได้ผมก็จะมีประวัติ มี log โดยทั้งหมดก็คือแค่
File เดียวโดยคนเข้ามากี่คนก็ได้โดยไม่ต้องมีเสีย license
แล้วไม่ต้องแปลง File มันจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันผมดูเนี่ยผมก็
Dowload เป็น DWF ได้เหมือนเดิมแล้วก็ เป็น DWG ได้เหมือนเดิม
เราคุยเทคโนโลยีที่มันข้ามรุ่นจนไม่มีใครรู้จักแล้วเนี่ยมันข้ามฝั่งมาไกลมากแล้ว
ในกระบวนการทำงานผม ใน design phase จะใช้ตัวArchiCAD
ทั้งหมด Modeling Drafting Rendering Present Estimating
ถ้าจะใช้ ตัว Energy อย่างเช่นพลังงานทั้งหลายก็จะ
plug-in เข้ามา ก็เอา File ตัวนี้ มาทำต่อได้เลยก็คิดเรื่องพลังงานเป็น
โซล่า อะไรทั้งหลายเลยทีเดียว คำนวนกันเป็น contour
เลย เนื่องจากผนังตัวนี้ ผนังสามารถกำหนดค่าสัมประสิทธิเองได้
กำหนดค่าได้ในขณะที่ กำหนดเหล่านั้นไม่ได้ ฉะนั้นพอมาเป็น
Facilities ก็มาเป็น ArchiBus, Archi/FM คราวนี้ถ้าเป็นในแง่ของการทำงานก็สามารถ
plublish ตัวนี้ออกไปในระหว่างก่อสร้างตัวเองการแก้ไขแบบมีการ
Update ให้เป็น ต่าง ๆถ้าเป็นในแง่ของการออกแบบผมก็จะต่อกับตัวนี้ที่ทำก็คือ
ปกติถือว่าเป็นมาตรฐานอยู่แล้วตอนนี้ที่จะทำ integrate
จาก ArchiCAD เข้า STADD Pro ในแง่ของต้องการเป็นRC
แบบคนไทยแท้ ๆ จากตัวนี้อีกที่นึงออกมาให้เป็น Solution
เดียวกันให้ทั้งหมด
อีกอย่าง มาร์จินของซอฟท์แวร์ CAD ดัง ๆ ต่ำมากฉะนั้นผู้ขายแยะมาก
40 รายอยู่ในเมืองไทยแล้วก็มันไม่มีประโยชน์ ที่จะต้องไปแข่งตรงนั้นใครทำก็ทำไปไม่ได้ว่ากัน
เราจะทำกันคนละเรื่องก็คือที่มี productivity มากกว่านั้นนี่คือ
Concept ของ Virtual Building สร้างทั้งหมดคือเป็นตัว
3D เป็นตัวก็จะมี Object ทั้งหมดคือ Object เดียวกันมันก็จะดึงเข้ามาเป็นรูปตัด
รูปด้านทั้งหมดถ้าเกิดผมแก้ ทุกอย่างอยู่ไหนนี้แก้หมด
แต่ถ้าฝั่ง AutoCAD ก็เป็น ADT แก้ปุบก็ต้องไปสั่ง Update
ใหม่ อันนี้จะไม่ associate ให้ ไม่ automatic ทุกอย่าง
ถ้าเรามองภาพเรามองว่าเราออกแบบโรงแรม 20 ชั้นแก้ห้องนึงเดียวรูปบ้านแก้ใหม่หมด
อันนี้อัตโนมัติแล้ว Drawing ที่สั่ง plot อัตโนมัติหมดเลยเราไม่ต้องยุ่งมันอีกเลย
แก้ตัวใดตัวนึงก็เข้ามาตัวนี้นี่คือ เทคโนโลยีที่เป็นObject
เดียวทั้งหมดมี Graphisoft รายเดียวสิ่งที่เราค้นพบมาปรากฏว่าเค้ารายเดียวเท่านั้น
คนอื่นก็จะเป็น File ๆ แล้วก็มาต่อกันโดยผ่าน โมเดลแล้วก็
XREF เข้ามาเป็นตัว แล้วมาต่อเป็นอาคาร ฉะนั้นมันจะไม่
automatic
สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์อันหนึ่งคือ ตอนนี้รัฐบาลสิงคโปร์กำลังทำ
ระบบตรวจแบบผ่านระบบ online ด้วย ArchiCAD เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เริ่มใช้กันแล้วเพราะมันเป็น Object เดียวกันการเช็คพื้นที่การอะไรทั้งหลายมันก็เลยทำได้
CADThai
# ขอขอบคุณ
คุณชาติชาย มากครับสำหรับการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้
คุณชาติชาย
:: ขอขอบคุณเช่นกันครับ