บทสัมภาษณ์
คุณชาติชาย สุภัควนิช
Chief Executive Officer (CEO)
บริษัท ทูพลัสซอฟท์ จำกัด
(http://www.twoplussoft.com)


CADThai # รบกวนชวนแนะนำบริษัท TWO PLUS SOFT ซักเล็กน้อยครับ
คุณชาติชาย :: คือพื้นฐานผมจบ ทางวิศวกรรมโยธาแล้วก็เป็น แตกแขนงออกมาเป็น construction ทาง manament แล้วเสร็จเรียบร้อยผมทำวิจัย มีวิจัยตอนเรียนอยู่ ลาดกระบัง ฝึกงานแล้วก็ทำวิจัยไปด้วย 6 เดือน อันนี้ที่ 6 เดือนอันนี้จะอยู่ในหลักสูตรเลย ทุกคนที่จบ 4 ปี ต้องมาทำอันนี้ต่างหากอีก 6 เดือน แต่ถ้าไม่จบต้องไปทำ present ผมทำเรื่อง computer สำหรับงานก่อสร้าง ซึ่งก็เหมือนกับที่ผมทำอยู่ปัจจุบันเลย ฉะนั้นโปรแกรมที่ว่านั้น PRIMAVERA , STADD ผมก็จะเล่นตั้งแต่สมัยเก่าก็เล่นประมาณเกือบ 7-8 ปี ก็ผูกพันกันมากับ computer มาตลอดจบมาก็พยายามศึกษาองก์ความรู้ให้ครบระบบ           ฉะนั้นที่ผ่านมาผมก็จะอยู่ คอนซัลท์ อยู่ทางผู้ออกแบบ อยู่ทางผู้รับเหมา แล้วก็อยู่ทาง Project Owner ก็จะอยู่ทั้งองค์ประกอบทั้งสี่อย่างเพื่อให้มอง มุมการก่อสร้างออกมาทั้งหมด หลังจากนั้นคือก็จะเข้ามาสู่ตรง Software ตรงที่ว่าหลังจากที่ก่อสร้างกันมา คือทำกันมาจนครบระบบแล้ว          ก็ระหว่างนั้นก็ใช้โปรแกรมต่าง ๆใช้ ๆ ไปเรื่อย ๆ จากถามคนอื่น จนคนอื่นมาถามมา ถามกันไปถามกันมา ปรากฏว่าตัวเองที่มาใช้ มันเกิดประโยชน์ อย่างเช่นผมมาทำตึกสัก 7-8 ชั้น สักสามสี่ร้อยห้อง ทั้งออกแบบเขียนแบบทำ Perspective ทำทุกสิ่งทุกอย่างผมใช้ลูกน้องอยู่ 2 คน 3-4 วัน ผมส่งงานได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จหมายถึงว่าทำ Paper นะ เบ็ดเสร็จทั้ง tect ทั้งโครงสร้าง ฉะนั้น คนอื่นองค์กรอื่นที่เสนองานเดียวกันกับผมอาจจะมีพนักงานซัก 10 กว่าคนทำซักหลายเดือนอย่างผมทำเนี่ยผมก็ make profit ของผมมาตลอด ฉะนั้นองค์กรผมมีไซด์ขนาดเล็กแล้วพยามใช้ Software ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ พยายามหาอะไรที่ใช้ได้ก็ใช้ก็พยายามปรับปรุงค้นคว้ามาเรื่อย ๆ จริง ๆ จุดหนึ่งก็ อย่ากระนั้นเลย เข้ามาสู่ Software ดีกว่าเพราะว่ามีความสนุกกับโปรแกรมมากกว่าไปสนุกกับการออกแบบ งานออกแบบทำไป 10 ปี เริ่มเหมือนเดิมทุกครั้งก็เหมือน ๆ เดิม ไม่ต่างกัน ก็ไปตอกเสาเข็ม ไปดูงาน ชักขี้เกียจออกงาน Site แล้วก็เลยกระโดดเข้ามาสู่ Software
           ที่ผมเอามาก็คือ โปรแกรม QuickBar ก็เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับเขียนแบบ เอามาเขียนแบบก่อสร้าง ทำออกมาได้เร็วมากก็มาเริ่มทำก็ค่อย ๆ เขยิบมาก็เอาติดต่ออย่างเช่น PRIMAVERA เนื่องจากก็ใช้โปรแกรมพวกนี้มาก็เลยติดต่อ กว่าจะติดต่อได้ก็ใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน ติดต่อ QuickBar ติดต่อ STADD ติดต่อ PRIMAVERA ก็ไล่กันมาเรื่อย ๆ ก็เริ่มค้นคว้าจริงจังครั้งนี้ก็บินไปต่างประเทศไปอบรมไปอะไรต่าง ๆ เริ่มการขอเป็น Partner ตอนนี้ก็แทบจะเรียกว่าเราจะ Provide โซลูชันที่ สมบูรณ์ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ที่รวม Sulution แบบนี้ได้ทั่วโลกเลยนะ กำลังตีรวมทั้งโลกเลยนะ สาเหตุที่ทำแบบนี้ได้เพราะว่าถ้าองค์กรอื่นประเทศอื่น ที่เค้าเจริญแล้ว เค้าจะได้เพียงลิขสิทธิ์พียงรายเดียว หรือ สองรายอย่างมากแต่เนื่องจากผมเจาะก่อนคนอื่น ๆ ผมจึงได้มากกว่าคนอื่นแล้วก็ปรากฏว่าก็เป็น concept ของผมคือผมทำให้ โซลูชันที่เกี่ยวกับ AEC/FM สมบูรณ์ ก็คือ Architectural Engineering Construction และ Facilities Management

          ก็คือเริ่มตั้งแต่การออกแบบขบวนการออกแบบ ออกแบบสถาปัตย์ ออกแบบโครงสร้าง จนเสร็จเรียบร้อยก็มีการประมาณราคา แล้วก็เริ่มก่อสร้าง ก็ จะใช้ PRIMAVERA , EXPEDITION ในการทำงานประสานงานติดตามอะไรทั้งหลายก็จบอาคารสร้างเสร็จก็เป็น ARCHIBUS แล้วก็ ARCHI/FM ก็เป็น 2 โซลูชัน ฉะนั้นก็ตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่มีที่ดินเปล่า จนสร้างเสร็จแล้วก็บริหารอาคารต่อ โดยซอฟท์แวร์ที่เอามาก็จะเป็นระดับ Hi-end ที่มี Productivity สูง ๆ แล้วก็ มี files ที่เป็นมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นโปรแกรมตลาดมาก ๆ อันนี้เราจะไม่ได้เน้นตัวนั้นเนื่องจากเวลาเทียบไปแล้วเนี่ย Productivity จะได้ต่ำแล้วก็เรื่องการยอมรับ ทูพลัสจะไม่เน้นโปรแกรมที่ผลิตอยู่ภายในประเทศด้วย นี่คือสไตล์โดยแท้เลย ออกแบบมาเสร็จเริ่มต้นมาเป็นแบบนี้เลยต้องการให้วิศวกร และสถาปนิกไทย ทำงานเทียบเท่าคุณภาพต่างประเทศก่อน เพราะว่าการเขียนโปรแกรมมันน่าจะเป็น phase 2 phase 3 แรกๆมันจะต้องเข้าไปเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง ใช้ให้แพร่หลายก่อน phase 2 phase 3 ของเราเนี่ยจะเริ่มเขียนโปรแกรม หรืออาจจะให้ใครเขียนโปรแกรมก็ได้หรือคนที่เป็นผู้ใช้เป็นลูกค้าเราสามารถไปพัฒนาต่อได้ แต่ถ้าเราจะกระโดดไปเขียนเลยเนื่องจากเราก็จะไม่เคยเห็นภาพรวม สุดท้ายไปแล้วเราจะเจอทางตัน เราก็ต้องถอยหลังกลับมาเริ่มต้นกันใหม่มันจะเสียเวลาเนื่องจากทั้งหมด เหมือนเราไม่เคยนั่งรถไฟแต่เราอยากจะทำรถไฟอันนี้ไม่เคยนั่งเลยเราไม่เคยเห็น ไม่เคยนั่ง ไม่เคยได้ยินเสียง แต่เราอยากจะ ทำรถไฟซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

           ในการเขียนโปรแกรมเงินทุนจะต้องสูงมากเพราะธุรกิจ Software เนี่ยกำไรดีก็จริงแต่โอกาสเสี่ยงสูงที่สุดในบรรดาธุรกิจ อยากจะทำแต่ไม่ success ขึ้นมา ก็เสร็จ มันไม่ได้มองแค่การเขียนโปรแกรม มันมองถึงแง่การ ตลาด ซะส่วนใหญ่ ถ้าออกแบบว่าตลาดต้องการอะไร คือถ้าถามอย่างนี้ปุ้บ มันจะต้องมองกว้างแล้วจะมองทุก Products แล้วหา segment ตัวเองให้เจอแล้วจึงจะไปเริ่มที่ Develope เพราะฉะนั้น concept ของ ทูพลัสคือโปรแกรมระดับ Hi-end แล้วก็เป็นโปรแกรม ที่เป็นสากล เป็นระดับที่เป็นยอมรับเป็นสากลไฟล์จะต้องเริ่มเป็น standard files อย่างไฟล์ STADD ถือว่าเป็น standard ไปแล้ว ฉะนั้นวิศวกรทั้งหลายนั้นจะถือไฟล์ว่าคุณคำนวณด้วยอะไรก็แล้วแต่สุดท้ายต้องเป็น STD files เอามาเพื่อไปทำอย่างอื่นต่อเพราะว่าเน้นการทำงานร่วมกันและหลาย ๆ องค์กร เกิดองค์กรนี้ใช้นามสกุล files หนึ่งสุดท้ายอันนี้เค้ามาตรวจสอบคนที่มาตรวจสอบเนี่ยก็ต้องใช้อีกโปรแกรมหนึ่งมาเพราะมันตรวจสอบกันยาก ฉะนั้นจะต้องใช้โปรแกรมเดียวกันถึงมีการตรวจสอบกันได้ง่าย โปรแกรมตรวจสอบกันได้ง่าย มันถึงจะง่ายมันถึงจะยอมรับเรื่องที่จะเกิดการแพร่หลายแล้ว concept ของเราก็คือ concept ที่จะพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้ใช้ทูล ระดับสูงให้ได้ เรามองแค่ว่าถ้าเรา เทรน วิศวกรให้มี ความสามารถสูงไปต่างประเทศได้ ก็ไปหาเงินดอล์ล่าเค้ามาได้ 4,000-5,000 เหรียญทำได้สบาย ๆ แต่ถ้าเราไปเน้นเขียนโปรแกรมตั้งแต่เริ่มต้นเลยเนี่ยนะ เราจะน๊อคอยู่ตรงนั้น เราต้องส่งออกได้ก่อน เกิดความรู้แพร่หลาย phase หลัง ๆ เนี่ย ค่อยขยายเอามาเขียนโปรแกรมซึ่งใครเขียนโปรแกรมเราก็ยินดีที่จะสนับสนุนในองค์กร คือไม่ใช่เขียนแล้วมาตีกันเนี่ย ต้องการให้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นในประเทศ เราก็ส่งออกเหมือนกัน

          ปัญหาคือ เซกเมนท์ ผู้บริโภคของเราต่ำ ต้นทุนในการผลิตเนี่ยเราอาจจะทำแค่สูงสุดก็คือ เสมอตัวกำไรก็แค่ที่เรียกว่าอยู่ลำบากแต่สุดท้ายมันอยู่ไม่ได้เพราะการพัฒนาเทคโนโลยี เนียะ platform มันเปลี่ยนเร็วยกตัวอย่าง 95 , 98 , NT สุดท้าย ตามไม่ทันเมื่อ Develop ตามไม่ทันสุดท้ายก็ขาดการพัฒนาต่อเนื่อง ก็จะตกรุ่นไปหมดแรงก็ เลิกรากันไป เพราะเราพัฒนาจากคน 2-3 คน คนอื่นก็มาเขียนใหม่ เราไม่ได้พัฒนาเป็นทีมจริง ๆ แล้วเราไม่ได้พัฒนาเป็นทีม ที่ทีมใหญ่ ๆ เป็น 50-100 คน ไม่มีอยู่ในเมืองไทยที่มีก็เจ้งไปหมดแล้ว ฉะนั้นเราต้องมองตลาดใหม่ Softwae จะต้องไปตีตราอยู่ที่ประเทศเจริญแล้ว เช่น อเมริกา อะไรเป็นต้น แล้วส่งกลับ แล้วก็ขายทั่วโลกเรามองที่เป็น global เราไม่ได้มองแค่ว่าจะจบอยู่แค่การพัฒนาอยู่แค่นี้ เราจะมองทำไงไปอยู่ที่ตลาดโลกให้ได้ คาดว่าไม่น่าจะเกิน 10 ปี จะไม่มี distributor , reseller , dealer เนื่องจาก internet จะเป็น ตัวเปลี่ยนแปลง ก็คือมีผู้ซื้อ ผู้ขาย โดยตรง ตัวกลางไม่มี เนื่องจาก Softwae ต่อไปก็จะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ใช้สะดวกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคนก็จะรู้จักเป็น ทูล มาตรฐาน แทนที่จะเป็นโปรเฟสชินอลทูล ต่อไป Softwae ที่เราขายต่อไปก็จะเป็นต่อไปก็จะเป็นทูลมาตรฐานไม่ต้องอธิบายก็มีคนซื้อ ซื้อแล้วก็ซื้อผ่าน web ทั้งนั้น ตรงนี้คือ concept ฉะนั้นจะต้องถูกยกตัวอย่างเช่น AutoCAD ที่สิงคโปร์เนี่ยซื้อผ่าน web โดยไม่ต้องผ่านตัวแทนตอนเนี่ยปัจจุบัน เริ่มมากกว่า 2 ปีแล้ว ตัวแทนก็เริ่มหมดลง เรื่อย ๆ แล้วก็ให้เช่าเป็นรายปีแล้วก็ผ่าน web ด้วย ซื้อผ่าน web อีกต่างหาก ยกตัวอย่าง เช่น AutoCAD มาและเริ่มโผล่มาให้เห็น เริ่มเข้าใกล้เราเต็มทน ฉะนั้น ผมมองว่า ถ้า Softwae อย่างเก่งก็ไม่น่าเกิน 10 ปี อาจจะเป็นไปได้ 5 ปี ด้วยซ้ำ อาจจะมาเร็วกว่าที่คิด อย่างเช่น TREND

           วันนี้ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าคนในวงการจริงเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วว่ามันมาแน่ทำไงที่เราจะเปลี่ยนในขณะเดียวกันเราก็มีช่วงในการที่จะผัน ตัวเองเป็นทีมในการพัฒนา โดยการพัฒนาของเราก็จะเริ่มจาก Softwae ที่เราขายก่อน แล้ว Softwae ที่เราขายทั้งหมดจะ integrate กันได้ ฉะนั้นอันไหนที่ integrate ไม่ได้เราจะทำให้มัน integrate กันได้ แล้วก็ provide Life Cycle ทั้งหมดเลย แต่ปัจจุบันจะเริ่มเรียกว่า 80 % มันไปกันได้ทั้งหมดเลย เราจะมาเติมเพียง 10% หรืออาจจะ 20% สูงสุดนอกนั้น 80% หรือ 90% มันไปด้วยตัวมันเองอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ทำ ARCHICAD เสร็จ ส่งเข้า TIMBERLINE ไปประมาณราคาแบบ professional จาก TIMBERLINE เข้า PRIMAVERA เข้า EXPEDITION กลับเข้าไปเข้า TIMBERLINE บัญชี เสร็จเรียบร้อยเลย ในแง่อาคารสร้างเสร็จก็เอา ARCHICAD ไปบริหารอาคารต่อเนื่องได้เลยไปบริหารเรื่องโต๊ะ เก้าอี้ เอาอะไรมาใส่ keep track เรื่อง cosr เรื่อง ค่าเสื่อมราคา ทั้งหลายเบ็ดเสร็จ ทะลุออกไป FM ได้อีก แต่ตอนนี้ เราต้องการให้ ARCHICAD ต่อเข้า STADD เรากำลังส่งโปรแกรมเมอร์ไปอยู่ที่ ฮังการี ไป Train การเขียนของ API เพื่อ connect ระหว่าง ARCHICAD กับ STADD เพราะ ARCHICAD มีเทคโนโลยีสูงมากเพียงแต่ว่า Products ตัวเนี่ยก็ไม่มีใครรู้ว่า จริง ๆ มันสูงขนาดนั้นเนื่องจากเราติดยึดกับ AutoCAD เรามองภาพว่า AutoCAD แบบนั้นก็ดีอยู่แล้วกลับกลายเป็นว่าพอเห็นปุบมันเป็น คนละ stories เลย คำว่า object ใน ARCHICAD คืออย่างเช่น เขียนผนังขึ้นมา ไม่ใช้แค่ เส้นผนัง ผมมองว่ามีฉาบปูน 2 ด้าน แล้วฉาบปูน หนา 1 เซน แล้ว 1 เซน 8 ตารางเมตรเป็น Volume กี่คิวของปูนฉาบ 2 ด้านเป็นเท่าไรแล้วมีสีทาด้วยไหม ในกรณีผมเอาปูนฉาบมาแปะเข้าไปต่อเป็นรูป ก เป็นปูนฉาบหนาอีก 2 เซน มาแปะเข้าผนังอีกผมแปะอีกมันก็จะนับตัวมันเองปูนฉาบเนี่ยมีมากขึ้นมันจะจำได้มากกว่านั้น ARCHICAD จะประมาณราคาจริง ๆ ทั้งหลังให้คุณได้ คุณก็สามารถทำเอาราคาออกมาได้ คอนกรีตทั้งหมด ไม้แบบเท่าไหร่ ก่ออิฐฉาบปูนอิฐ ทาสี ทั้งอาคาร ออกเงินมาเสร็จ จะลงลึกขนาดนั้น และ ออกมาก็ตาม CSI Format ซึ่งเป็นมาตรฐานปัจจุบันเมืองก็ใช้ตัวนี้อยู่แล้วเพียงแต่ของเราไม่รู้ว่ามาตรฐานของแต่สามารถทำได้ แล้วก็ปรับของเราได้ทั้งหมดทั้งฟอนต์ไทยทั้งอะไรส่วนใหญ่ ได้หมด ก็ออกมาซึ่งมันไปไกลกว่าที่เราคิด ที่ข้อดีที่เราเห็นว่าเทคโนโลยีเนี่ยเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมมี productivity

CADThai # ขอทราบที่มาของการเป็นตัวแทนจำหน่าย ARCHICAD ครับ
คุณชาติชาย :: จริง ๆ แล้วเรามอง Solution ที่ทะลุไปทั้งหมดเพียงแต่ตัว ARCHICAD เนี่ยเป็นตัวที่ขาดหายไป ที่เราทำแล้ว ยังไม่ครบ เพราะตอนก่อนเราก็ศึกษามาหลายค่าย ปรากฏว่าไอ้ที่เราศึกษามาในหลายฝ่าย เราคิดว่าเทคโนโลยีมันไม่ตอบสนองปัญหาคือเรามองว่ายังไม่มีเทคโนโลยีไหนที่จะทำได้ก็เริ่มศึกษาว่า เทคโนโลยีที่เราใช้กันพื้นฐานมันทำไมทำกันไม่ได้แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนที่จะทำได้ เราจะมาติดขัดอยู่ที่ปัญหานะสิ ตัวเทคโนโลยีที่ว่ามันไม่สามารถตอบสนองได้เช่น โปรแกรมอื่น ๆ ที่ 2 มิติ 3 มิติ อะไรก็แล้วแต่ ผมต้องการที่จะประมาณราคา แต่มันทำไม่ได้ ซึ่งผมจะตอบคำถาม ที่ผม design ไม่ได้ เนี่ย OK งั้นผมถอยหลัง ผมต้องการได้ AREA ปรากฏว่าก็ไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ทุกคนบอกว่าได้ เพราะว่าผม design พนัง ผมตัวนี้ปุบเป็นแบบเนี่ย ผมต้องการทราบว่าตัวนี้พื้นที่เท่าไร ทุกคนบอกว่าได้ แต่จริง ๆ ถ้าเอาแง่ของมืออาชีพนี่ไม่ได้ เวลาเรานับพื้นที่ขายเนี่ยในกรณีที่ผนังอาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารที่ไม่เป็นส่วนหรับแรงสามารถนับส่วนกลางของผนังได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมก่ออิฐฉาบปูนตัวนี้ผมขายพื้นที่คือผมนับครึ่งหนึ่งของผนังเป็นส่วนพื้นที่ขาย แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นเสาขึ้นมาหรือเป็นผนังรับแรงเมื่อไหร่ปุบไปนับส่วนนั้นไม่ได้ อย่างเช่นที่เมืองทองธานีที่ สคบ. เล่นงานหละ เนี่ยตัวดีเลย เอาพื้นที่นับตรงกลางเนี่ย แต่ เป็นพื้นที่รับแรง นี่ไม่ได้ต้องนับขอบ ถ้าเป็นเงื่อนไขแบบนี้ไม่ได้แล้ว อย่างเช่น คอนโดมิเนียม มันมีอยู่เฉพาะ floor เดียว เนี่ย 80-100 ห้อง ใครจะขยันมา นับเนี่ยหลาย ๆ แบบ ทำไม่ได้อยู่แล้ว คราวนี้พอซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือเวลาที่จะนับเนี่ย เกิดผมมีห้องที่เป็นซอก เยอะๆ จะต้อง คลิก ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วมาสร้างเส้น เพื่อที่จะมานับพื้นที่ แล้วจะคลิกกันอย่างไง วุ่นวายหมดบางทีมีนับเส้นกึ่งกลางบางทีไม่กึ่งกลางบางที ต้องมาสร้างเส้นลอยเส้นหลอกมาอันหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่า ARCHICAD สามารถทำได้ นับให้ได้โดยอัตโนมัติ

การใส่ hatch ก็เช่นเดียวกัน เราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของพื้นที่ได้โดยที่ hatch ก็จะปรับเปลี่ยนตามไปด้วย จากการศึกษาปรากฏว่า ของเจ้าอื่น ของเค้าเนี่ยคือ CAD 2 D มันคือ 2 D CAD เพียงต่อไปจะขึ้น 3 D ได้แค่นั้นเอง คือ 3 D การ แล้วก็มาบวกด้วยโปแกรมขั้นตอนทั้งหลายเป็นเจ้า อะไรก็แล้วแต่เป็นตระกูลนี้ทั้งหมด จะคือ หลักคือจะมี ตัวนี้ไม่ได้ผลิตเพื่องาน โดยตรง แต่ถ้า มีตัวเดียวแบบนี้เลย คือไม่มีพักพิงแบบนี้ไม่มีแน่นอน อันนี้ไม่ต้องแล้วก็ปรากฏว่าตัวนี้ทำออกแบบได้ เขียนแบบได้ ประมาณราคาได้ แล้วRender ในโปรแกรมได้ ออก ได้อยู่ในตัวได้ในขณะเดียวกัน
สมมติสถาปนิก บอกว่าทาง engineer เค้าต้องการได้ไป 3 แ ปลน 3 รูป 3 ข้อมูล เป็นชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 รูปด้าน คือผมให้แค่นี้ผมก็กำหนดตัวนี้ผมกำหนดปุ่มของ Layerได้ ว่าLayer นี้ของวิศวกรโครงสร้างแล้วผมก็เอา File นี้ลาก ปึง ๆ ๆ ๆ ผมก็ไปปิดLayer ที่ คือว่า มี 50 Layer ผมก็เข้าใจว่าต้องการเพียง 3 หรือ 4 5 Layer เค้าก็จะเห็นแค่ปุ่ม ๆ นี้ พอปุ่มนี้คือเริ่มจาก Layer เฉพาะปุ่มนี้ปุ่มเดียวสำหรับโครงวิศวกร เกิดมีอยู่ 10 File ผมก็บอก File ทั้ง 10 นี้ เป็นนามสกุล dwg ซะ ก็เป็น dwg หมดเลย โปรแกรมอื่น จะต้องไป change ทีละ Fileๆ

พอเป็นตัวนี้เสร็จคราวนี้ก่อนที่จะเป็นมันก็จะถาม Pop up ขึ้นมาถามก่อนว่า เนื่องจากบริษัทวิศวกรอาจจะมีมาตรฐานของ Layer หรือเบอร์ปากกาของเค้าต่างหากที่มีมาตรฐาน ฉะนั้นก็ต้องการ Layer ปุ่มลายของปากกาของ ที่จะส่งออกไป ฉะนั้นต้องการให้เป็น คนละมาตรฐานฉะนั้นเราก็เอามาตรฐานวิศวกรมา บอกว่า Layer นี้ของเราเท่ากับของเค้าเบอร์นี้ เบอร์นี้ ฉะนั้น File ที่ได้เนี่ยก็เป็น DWG โดยเค้าอ่านได้ Layer พร้อมทุก คือไม่ต้องไปเปลี่ยนเอง แต่ในขณะที่เอากลับมาละคราวนี้มันก็จะเอากลับมาจะ Convert กลับคืนเหมือนเดิมก็อยู่ใน Layer เหมือนเดิม ฉะนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องขบวนการของการทำงานร่วมกันแต่ปรากฏว่าลงไปลึกกว่านั้น กลับกลายเป็นคนละเรื่องอีก สิ่งที่เราน่าจะสนใจก็คือว่าที่เราทุกคนทำงานแล้วมีปัญหามากที่สุด ในฐานะของคุณสมศักดิ์เล่น CAD มาน่าจะมองเห็นภาพว่า ถ้าเกิดผมตึก 1 ตึกเนี่ย ตึกค่อนข้างใหญ่หน่อยเกิดผมมีอยู่ มีสถาปนิกอยู่ 10 คน คนหนึ่งทำ 10 File ก็คือ 100 File แล้ว project ใหญ่ ๆ หน่อย ทำไปสักเดือน สองเดือน ปรากฏว่าเจ้าของงานขอแก้ไข คราวนี้ก็ต้องมาแก้แล้ว Save ใหม่ เป็นอีก 10 File อีกเหมือนกัน ตอนนี้เริ่มมี 200 File แล้ว แล้วกว่าอาคารมันจะสร้างจนเสร็จมันต้องแก้อีกกี่ครั้งฮะ มันมีไม่รู้กี่ Version สรุปแล้ว File ตัวนี้กลายเป็น 1000 File แล้วมีวันใดวันหนึ่งที่เราบอกว่าเราต้องการหา File นี้แล้วไอ้คนนี้ไม่มาแล้วทำไง หรือ File ตัวนี้ไปอยู่ที่ไหน หากันไม่เจอละ อันนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุดในการทำงาน ปรากฏว่า ARCHICAD มี File เดียว ทั้งหมดเนี่ยมีแค่หนึ่ง File Project เดียวมีแค่ 1 File แล้วมี Drawing Manament ให้เองอีกต่างหากว่า File ที่เรา Drawing ชุดนี้ เรียกว่าเป็น Prelim ตัวนี้เป็น Develop แล้ว ตัวนี้ ยื่นปลูกสร้าง ตัวนี่ยื่นประกอบ เราก็จะมา Develop ตัวนี้ก็จะมาลากมันก็จะมาเสร็จที่ตัวมันเอง ฉะนั้นเราจะ keep track แล้วตัวนี้ก็เป็น ก็คืออยู่ที่ Centerline ก็คืออยู่ที่ Center อยู่ที่ ระบบ Library ก็เป็นระบบ Library เดียว ทุกคนดึงมาทุกระบบแต่กลับกลายว่าถ้า Block คนนี้เรียก Block หนึ่ง ๆ ๆ แต่หาแค่ Block หน้าต่าง แบบเดียวกันมีอยู่ 20 เบอร์ File ชื่อ Block maintain กันไม่ได้ ต่างคนต่างทำ ทำให้ประสิทธิภาพ ในมวลรวมเนี่ยเรามีปัญหามากเพราะกระบวนการที่ทำงานในการออกแบบตึกประมาณ 30% ขึ้นไปคือการพัฒนาขั้นตอนออกแบบก็คือ งาน detail งานทำ block พวก detail Drawing ฉะนั้นเราจะต้องมาทำงานซ้ำ ๆๆๆกันตลอดไม่มี Center และไม่สามารถ Develop ผมออกแบบตัวหนอนที่รถวิ่งก็แล้วกันครั้งนี้ทำไมมันวิ่ง แล้วมันกระเทือน อีกครั้งหนึ่ง มันไม่กระเทือนแต่ทำไมครั้งนี้แล้วสุดท้าย block นี้หายไปไหน คนนี้ออกมั่ง คนนี้เข้ามั่ง ไวรัสกิน ไม่มีการพัฒนาต่อเนื่องว่าตัวนี้ดีแล้วแต่น่าจะเพิ่มสีมันก็ต้องมี Version ของตัวมันเอง block แต่ละ block เนี่ย detail มือจับ detail ประตู ทุกอย่างต้องมี block มาตรฐานแล้วก็สามารถปรับแก้ได้แล้วปรับแก้ได้แล้วต้องพัฒนาเป็น Versionให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นงานออกแบบเราจะดึงออกมาใช้งานได้เลยมันจะง่ายไม่อย่างนั้นเราก็ไปเริ่มใหม่เอาของเก่ามาตัดแปะได้บ้างแต่มันก็ไม่ได้มาได้ทั้งหมดอย่างเก่ง 30% 50% ก็ดีใจแล้วแล้วบางครั้งซ้ำ
กันไปซ้ำกันมาแล้วมันเอาเวลามาสูญเปล่าอยู่ตรงนั้น ในกรณีที่ดึงข้อมูลเป็น Centerline ที่ดึงผ่าน Web มันก็คนละ Story อยู่เหมือนกันเนื่องจาก Concept ตัวนี้คือมี File เดียวระบบ Library ฉะนั้นผมทำงานเป็นผ่านระบบ Lan ก็จริงแต่ Data ทั้งหมดผมไปเก็บอยู่ที่ Center แต่ตัว Process อยู่ที่ เป็นระบบ Data ไปทิ้งอยู่ที่ เซอร์เวอร์แต่ผมสามารถ ทำออกมาเป็น offline ตัวนี้ทำได้ต่อผมจะเอาตัวนี้ Data ไปทำต่อที่บ้านก็ได้แต่กลับมามันก็จะ Synchronize มันจะคนละอัน มันจะคนละอันกับทางฝั่ง AutoCAD จำเป็นจะต้อง Online ตลอดแล้วก็คือต้องเป็นอันเดียวกัน

ในกรณีที่เป็น Teamwork ถ้า ผมเป็น Head Project ผมสามารถกำหนดสถาปนิกคนนี้ ทำได้เฉพาะตึก A ชั้น 1 กับ ชั้น 5 ส่วนคนนี้ทำชั้น 3 ส่วนคนนี้ทำเรื่องห้องน้ำ ซึ่งอยู่ในตึก เดียวกันเค้าจะเห็นเลยว่าส่วนแต่ละส่วนใครเป็นคนทำและจะไปแตะของเค้าไม่ได้เราจะทำเฉพาะที่เราถูก กำหนดให้เรา ฉะนั้นจะทำงานได้สะดวกขึ้นคือไม่ต้องมี overlappกัน แต่ถ้าเป็น AutoCAD ต่างคนเอาFile ไปทำกันเองทำ ๆกันอาจจะไปเหลื่อมกัน หรือคนนี้ Update gridline แล้วจาก 4 เมตร เป็น 5 เมตร คนนี้อาจจะไม่รู้ หรืออาจจะหลงใช้ File เก่า ทุกอย่างนี้ จะ Update ให้ทุกคนรู้หมดเสร็จแล้วผมก็กำหนดฉะนั้นผมก็จะ Design ชั้น 3 บริเวณโซน B เนี่ย เฉพาะที่ผมถูกกำหนดผมก็มีสิทธ์ Design ได้แต่อันผมดูได้แต่ผมไม่มีสิทธ์แก้ไขของเขาก็คือ File เดียวกัน ฉะนั้นมันเป็นทีม

ถ้าผมต้องการประสานงานกับคนอื่นที่เป็นวิศวกรหรือเป็นใครก็แล้วแต่หรือ Project owner
ผมสามารถเอาตัวนี้ publish เอาขึ้น Web พอ publish ขึ้น Web มันก็จะแปลงจาก File ArchiCAD ขึ้นไปบน Web โดยใช้ Java แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเห็นตัวนี้โดยเป็น Java โดยเป็น เหมือนเดิมผมก็ Zoom in Zoom out ได้เหมือนกันแต่ผมไม่ต้องเป็น ถ้าเป็นฝั่ง AutoCAD ก็คือผมจะต้องแปลง File ตัวเองเป็น DWF พอขึ้นไปเสร็จเรียบร้อยไป Zoom in Zoom out ได้แต่ในขณะถ้าจะทำ REDLINE ทำไม่ได้ ทำได้ก็คือเอา File เดี่ยว ๆไปเอาไปแล้วเอาไปเปิดที่เครื่องแล้วก็ พอกลับมา มาคนละ Layer จริงแต่กลับมา Synchronize กันยังไง แต่ของผมขึ้นไปบน Web แล้วคนก็สามารถจะไปทำ REDLINE ตรงนี้ได้โดยไม่ต้องเสีย license อันนี้ Free แล้วก็ โดยก็จะกำหนด Userใน Password เข้าไปก็จะกำหนดตัวนี้ก็จะข้อมูลก็จะวิ่งกลับมาที่ Center อยู่ที่ Server ก็จะ Alert ฝ่าย Admin Admin ก็จะรู้ว่าคนนี้เค้ามาขอแก้ชื่อ ชื่อ ชาติชายมี comment ขอแก้เรื่องอะไรบริเวณไหนที่เป็นตัวนี้เวลาผม Update ผมก็จะได้สั่งแก้ไขได้ผมก็จะมีประวัติ มี log โดยทั้งหมดก็คือแค่ File เดียวโดยคนเข้ามากี่คนก็ได้โดยไม่ต้องมีเสีย license แล้วไม่ต้องแปลง File มันจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันผมดูเนี่ยผมก็ Dowload เป็น DWF ได้เหมือนเดิมแล้วก็ เป็น DWG ได้เหมือนเดิม

เราคุยเทคโนโลยีที่มันข้ามรุ่นจนไม่มีใครรู้จักแล้วเนี่ยมันข้ามฝั่งมาไกลมากแล้ว
ในกระบวนการทำงานผม ใน design phase จะใช้ตัวArchiCAD ทั้งหมด Modeling Drafting Rendering Present Estimating ถ้าจะใช้ ตัว Energy อย่างเช่นพลังงานทั้งหลายก็จะ plug-in เข้ามา ก็เอา File ตัวนี้ มาทำต่อได้เลยก็คิดเรื่องพลังงานเป็น โซล่า อะไรทั้งหลายเลยทีเดียว คำนวนกันเป็น contour เลย เนื่องจากผนังตัวนี้ ผนังสามารถกำหนดค่าสัมประสิทธิเองได้ กำหนดค่าได้ในขณะที่ กำหนดเหล่านั้นไม่ได้ ฉะนั้นพอมาเป็น Facilities ก็มาเป็น ArchiBus, Archi/FM คราวนี้ถ้าเป็นในแง่ของการทำงานก็สามารถ plublish ตัวนี้ออกไปในระหว่างก่อสร้างตัวเองการแก้ไขแบบมีการ Update ให้เป็น ต่าง ๆถ้าเป็นในแง่ของการออกแบบผมก็จะต่อกับตัวนี้ที่ทำก็คือ ปกติถือว่าเป็นมาตรฐานอยู่แล้วตอนนี้ที่จะทำ integrate จาก ArchiCAD เข้า STADD Pro ในแง่ของต้องการเป็นRC แบบคนไทยแท้ ๆ จากตัวนี้อีกที่นึงออกมาให้เป็น Solution เดียวกันให้ทั้งหมด

อีกอย่าง มาร์จินของซอฟท์แวร์ CAD ดัง ๆ ต่ำมากฉะนั้นผู้ขายแยะมาก 40 รายอยู่ในเมืองไทยแล้วก็มันไม่มีประโยชน์ ที่จะต้องไปแข่งตรงนั้นใครทำก็ทำไปไม่ได้ว่ากัน เราจะทำกันคนละเรื่องก็คือที่มี productivity มากกว่านั้นนี่คือ Concept ของ Virtual Building สร้างทั้งหมดคือเป็นตัว 3D เป็นตัวก็จะมี Object ทั้งหมดคือ Object เดียวกันมันก็จะดึงเข้ามาเป็นรูปตัด รูปด้านทั้งหมดถ้าเกิดผมแก้ ทุกอย่างอยู่ไหนนี้แก้หมด แต่ถ้าฝั่ง AutoCAD ก็เป็น ADT แก้ปุบก็ต้องไปสั่ง Update ใหม่ อันนี้จะไม่ associate ให้ ไม่ automatic ทุกอย่าง ถ้าเรามองภาพเรามองว่าเราออกแบบโรงแรม 20 ชั้นแก้ห้องนึงเดียวรูปบ้านแก้ใหม่หมด อันนี้อัตโนมัติแล้ว Drawing ที่สั่ง plot อัตโนมัติหมดเลยเราไม่ต้องยุ่งมันอีกเลย แก้ตัวใดตัวนึงก็เข้ามาตัวนี้นี่คือ เทคโนโลยีที่เป็นObject เดียวทั้งหมดมี Graphisoft รายเดียวสิ่งที่เราค้นพบมาปรากฏว่าเค้ารายเดียวเท่านั้น คนอื่นก็จะเป็น File ๆ แล้วก็มาต่อกันโดยผ่าน โมเดลแล้วก็ XREF เข้ามาเป็นตัว แล้วมาต่อเป็นอาคาร ฉะนั้นมันจะไม่ automatic

สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์อันหนึ่งคือ ตอนนี้รัฐบาลสิงคโปร์กำลังทำ ระบบตรวจแบบผ่านระบบ online ด้วย ArchiCAD เสร็จเรียบร้อยแล้ว เริ่มใช้กันแล้วเพราะมันเป็น Object เดียวกันการเช็คพื้นที่การอะไรทั้งหลายมันก็เลยทำได้

CADThai # ขอขอบคุณ คุณชาติชาย มากครับสำหรับการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้
คุณชาติชาย :: ขอขอบคุณเช่นกันครับ

Copyright 2003 CADThai.com
Contact webmaster