|
ภาคต่อ
สิ่งที่เราทำ ก็คือ บริการและให้ความรู้กับผู้ผลิตชิ้นส่วน
ซึ่งผู้ผลิตก็มีหลากหลาย บางบริษัทใช้ Pro/E บางบริษัทใช้
CATIA ซึ่งเราจะต้องมีการควบคุม แล้วเราก็มีเกณฑ์ในการเลือกซื้อ
คือ หนึ่ง มีผู้ใช้งาน สอง มีที่ปรึกษา สาม ราคาไม่แพง
สี่ ให้ประสิทธิภาพที่เหมาะแก่การใช้งาน อย่างจะเห็นว่าการฉีดพลาสติก
อย่าง MoldFlow นี่แพงมาก ทำไมเราถึงซื้อ เพราะว่า market
share ในโลกของเค้า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ คือเราก็ต้องยอมใช้ของเค้า
แต่ว่าถ้าเราใช้ MoldFlow ก็มีปัญหาว่าบริษัทที่เมืองไทยจะสามารถมีเงินซื้อ
MoldFlow ใช้หรือเปล่า เพราะว่ามันแพงมาก เราก็เลยว่าจะหาซอฟต์แวร์ประสิทธิภาพเกือบเท่ากับ
MoldFlow แต่ราคาถูกหน่อย อย่างเช่น Molddex ของฮ่องกง
เราก็อาจจะหามาเติม
cadthai : หรือว่าจะมาเป็นตัวแทนเลยครับ
คุณสุสิน
:
ไม่ครับ ทางเราไม่มีนโยบาย ตรงนั้น แล้วก็จริง ๆ ในใจผมยังคงมีซอฟต์แวร์ที่เป็น
CAE หนึ่งตัว
cadthai : Finite
Element ?
คุณสุสิน
:
Finite Element ที่เป็น multi propose ใช้กับทุกอย่าง
อย่าง ANSYS หรือว่า Nastran หรือว่า COSMOS แต่ว่า COSMOS
เรามีแล้ว สิ่งนี้ก็คือ สิ่งที่ทางสถาบันจะ serve ได้ในอุตสาหกรรมนี้นะครับ
cadthai : ช่วงนี้การสนับสนุนของภาครัฐ
เป็นอย่างไรบ้าง
คุณสุสิน
:
คือเรามีงบเป็นก้อน ๆ หนึ่ง สำหรับโปรเจคนี้โดยภาครัฐตั้งมาให้
แบบผูกพันว่ากี่ปี ดำเนินการมาปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว สมมติว่าต้องการศึกษา
spoiler ตั้งแต่ต้นจนจบ ความแข็งแรงเป็นอย่างไร ผ่าน flow
ไปแล้วมีแรงกดเท่าไหร่ วัสดุที่ใช้ควรเป็นอย่างไร ถ้าอย่างโปรเจคนี้เป็นโปรเจคใหญ่
ซึ่งเราอาจจะ support ให้หมด โดยบริษัทที่มาเข้าร่วมอาจจะต้องจ่ายด้วย
แต่ถ้าเกิดเป็นโปรเจคที่เราคิดว่าเรา cover ได้ เราก็จะ
cover ให้หมดนะครับ
cadthai : แล้วพูดถึงอย่างพวก
spoiler นี่นะครับ ซึ่งก็มีผู้ผลิตอยู่ในประเทศ เค้ามี
knowhow หรือไม่ อย่างไร ครับ
คุณสุสิน
:
อย่างเมื่อสักครู่เป็นการยกตัวอย่างนะครับ จริง ๆ แล้วเรายังไม่มี
case ของ spoiler เข้ามาในโครงการนี้ แต่เรามี case ของล้อแมกซ์เข้ามา
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเจรจาว่า ความต้องการของบริษัทเป็นอย่างไร
อย่างถ้ากล่าวถึงบริษัทล้อแมกซ์ที่ผมไปมา
ที่เข้ามาร่วมโครงการ นั่นศักยภาพบริษัทเค้าสูง เค้าผลิตล้อแมกซ์ตั้ง
26 นิ้ว ใส่รถแวน ส่งขายอเมริกา เค้าสามารถขายแมกซ์ที่เค้า
design ผ่านการทดสอบและมีมาตรฐานวางขาย ให้มีคนมาเลือกได้เลย
cadthai : ไม่ทราบว่ามีข้อคิดอะไรที่จะฝากถึงวิศวกรอื่น
ๆ ที่จบใหม่ อยากจะมาอยู่ในวงการวิศวกรรมยานยนต์นี้นะครับ
คุณสุสิน
:
น้อง ๆ โชคดีมากครับที่มีโอกาสได้เรียน คือการศึกษาก็พัฒนาตามมา
อย่างตอนผมเรียน AutoCAD Release 10 เท่านั้นเอง น้องใหม่นี้ได้เรียน
AutoCAD 2002, Mechanical Desktop 6, SolidsWorks แต่เชื่อไหมครับว่าไม่ค่อยสนใจ
มองไม่เห็นว่าเอาไปใช้ทำอะไร เมื่อจบมาแล้ว จากประสบการณ์ของผม
นอกจากทำโครงการนี้ ตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์แล้ว ยังมีการสนับสนุนด้านการอบรมทาง
CAD/ CAM/ CAE คือรบกวนให้ทางอาจารย์ช่วยมาสอน มาอบรม
แล้วทางเรามีค่าใช้จ่ายให้นะครับ หลายคนที่เข้ามาเรียนบอกว่า
น่าเสียดาย รู้อย่างนี้ ตอนเรียนตั้งใจเรียนก็ดีไปแล้ว
จะได้พัฒนาได้เร็วขึ้น
ส่วนหนึ่งคือน้อง ๆ เรียนไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร สอง คือเรียนให้เกรดนั้นดี
ๆ เท่านั้นเอง ให้ผ่านเท่านั้น
อยากจะบอกว่าในอนาคตการผลิต
ต้องอ้างอิงการออกแบบใช้ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด โมเดล การขึ้นรูป
การ simulate จะอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้
ใส่ใจนิดหนึ่ง คิว่าวิชานี้มันมีประโยชน์ ได้ใช้แน่
จากประสบการณ์ผมที่ผ่านมาแล้ว น้อง ๆ บางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องการจินตนาการมองภาพ
drawing 3 มิติไม่ออก ก็โชคดีที่มีซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ช่วยในการมองภาพ
แต่อยากให้มองว่าถ้าเราไม่มีเครื่องมือตรงนี้มาช่วย อยากให้น้องพยายามจินตนาการภาพ
3 มิติ ให้ออก ถ้าเป็นไปได้เรามี Solid Modeling ลองมองย้อนกลับไปเขียน
CAD 2D โดยใช้ isometric plan ทั้งหลาย น้องจะเข้าใจ ถ้าน้องเข้าใจมันก็จะติดตัวไปตลอด
แล้วในอนาคตไม่จำเป็นต้องมี solid model หลับตานึกก็พอจะนึกได้
ว่าอะไรซ้อนตรงไหน เพราะว่าเวลาทำจริง ๆ 3 มิติ นั้นก็ต้องถอดเป็น
2 มิติอยู่แล้ว เพื่อเวลา manufacturing คนมองแบบต้องเป็น
2 มิติ เราจะสื่อสารอย่างไรกับคนมองแบบ คนทำ ที่เค้าอ่าน
2 มิติเป็น เราต้องมองออกว่าเส้นไหนทับ เส้นไหน เส้นไหนเป็น
center line เส้นไหนอยู่ข้างหน้า-ด้านหลัง
cadthai : นอกเรื่องแล้วนะครับ
คืออยากทราบเรื่อง รถตุ๊ก ตุ๊ก ที่มา การออกแบบเป็นอย่างไร
ครับ
คุณสุสิน
:
รถตุ๊ก ตุ๊กนี่เป็นโครงการของทางผู้ใหญ่ ทางรัฐบาล คือเป็นสัญลักษณ์ของชาติเรา
โดยรถตุ๊ก ตุ๊กจะใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทยทั้งหมด สามารถผลิตในเมืองไทยได้
อย่างรถตุ๊ก ตุ๊กที่ใช้อยู่ จะเป็นเครื่อง 4 จังหวะ แต่เป็นเครื่องเก่า
เครื่องนำเข้าจากจีนแดง แล้วมาประกอบในตัวถังในบ้านเรา
แต่ว่าบริษัทตุ๊ก ตุ๊ก ที่ทำ ทุกชิ้นจะผลิตได้ในเมืองไทย
ตอนนี้มีโมเดลออกมาแล้ว
คือเราเริ่มมาเยอะแล้วครับ
มีการประกวดโมเดล ประกวดตั้งชื่อ ประกวดโลโก้ตุ๊ก ตุ๊ก
มีการประกวดไปแล้ว มีโลโก้แล้ว ซึ่งอธิบายคอนเซ็ปต์เอาไว้เรียบร้อย
มีชื่อว่า "ไทย ไชโย" โมเดลที่ทำขึ้นมาก็มีเป็นตัวแล้ว
แต่ว่าความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมนั้นยังไม่มี
ก็คือเหมือนกับว่า ขั้นตอนการออกแบบก็ต้องเริ่มจาก
graphic design แล้วก็ออกมาขึ้นรูป เป็นชิ้นงาน เราก็ยอมรับว่ายังไม่ทันสมัยเท่ากับประเทศที่เค้า
simulate เป็น CAD ในโมเดลแล้วก็ดู volume งาน แล้วรุ่นใหม่
ๆ ในพวกเบนซ์ เค้ามีระบบ VR(Virtual Reality) ใส่เข้าไป
สามารถมีเก้าอี้นั่งดู สมมติว่าผม simulate CAD 3D ในโปรแกรมแล้ว
จากนั้นก็ใส่แว่นตา อย่างผมยื่นมือไปจับพวงมาลัย เราจะไม่รู้สึกแต่เราจะรู้ว่าตรงนี้
เราสัมผัสหรือไม่ เมื่อยหรือไม่ พอดีหรือเปล่า หรือว่าปุ่มวิทยุ
เอื้อมไปกด เค้าสามารถออกแบบภายในได้ ปกติพวกนี้ต้องทำโมเดลใหญ่โต
แล้วก็วัดว่าพอดีหรือเปล่า คือเราจะรู้แค่ตัวเลข ระยะธรรมดา
แต่ความรู้สึกจริง ๆ เราไม่รู้ สำหรับอย่างนี้ เราจะรู้สึกว่า
มันไกลเกินไป ใกล้เกินไป จับไม่ถนัด ก็ปรับเปลี่ยนตรงนั้นเลย
แต่เราไม่ขนาดนั้น เราก็ยังทำโครง ทำโมเดลขึ้นมาก่อน ตอนนี้รถสามารถวิ่งได้
cadthai : ตัวนี้ใช้
CAD หรือเปล่า
คุณสุสิน
:
ตัวนี้เริ่ม ๆ ยังนะครับ ต่อไปเราก็จะวิเคราะห์ จะมาวาดการเคลื่อนไหว
บอกนิดหนึ่งว่าตัวที่เราทำ เป็นเครื่องมอเตอร์ไซค์ 150
CC 4 เกียร์เดินหน้า บวกกับถอยหลัง ระบบขับเคลื่อนช่วงนี้ยังเป็นโซ่อยู่
แต่จริง ๆ แล้วต้องเป็นเพลานะครับ เพราะว่าใช้โซ่ขับนี่
ด้านหลัง 2 ล้อ จะหมุนไม่พร้อมกัน เวลาเข้าโค้ง มันจะเกิดอาการดื้อโค้ง
จะเข้าโค้งให้ดี ด้านหลังต้องเป็นเฟือง differential ล้อที่อยู่ด้านในต้องหมุนช้ากว่าด้านนอก
แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย ก็ขับเหมือนมอเตอร์ไซค์ มี
คลัช มีเบรค ตอนนี้ที่เจอปัญหาในการโค้ง คือล้อมันหมุนเท่ากัน
หน้ามันหนัก ก็อย่างว่าคันแรกต้องปรับไปเรื่อย ๆ ตัวจริง
ๆ คิดว่าจะออกในอีกไม่กี่เดือน อาจจะเป็นตัวที่จะมีเชิงวิศวกรรมตัวที่หนึ่ง
เป็นเบต้าเวอร์ชั่น จนกว่าจะถึงออกตัวจริงนะครับ
cadthai : ขอขอบคุณสุสินมากครับ
หากโครงการนี้เปิดอย่างเป็นทางการ ทางเวบไซต์ขอมาเยี่ยมชมอีกครั้ง
นะครับ
คุณสุสิน
:
เชิญได้เลยครับ
 |
|
|