|
cadthai
: ขอทราบประวัติการทำงานของคุณเอนกพอสังเขปครับ
คุณเอนก :
ผมเองก็เริ่มใช้ CAD มาตั้งแต่เริ่มจบปริญญาตรี ผมจบด้านวิศวกรรมโยธา
จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทเวศน์ ปีพ.ศ. 2535
หลังจากนั้นผมก็เขียนแบบด้วยมือ แล้วก็พัฒนามาเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์
cadthai
: รับราชการเลยหรือเปล่าครับ?
คุณเอนก :
รับราชการใน ตำแหน่ง นายช่างโยธาครับ แล้วก็เขียนแบบด้วย
แล้วผมก็ได้พยายามหาเครื่องมือที่จะทำให้งานนั้นเสร็จเร็วขึ้น
โดยการมองหาทางด้านซอฟต์แวร์ ทางด้านคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ก็จึงได้ทำการศึกษาคร่าว ๆ ก่อน จากหนังสือที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั่ว
ๆ ไป ก็รู้ว่าที่ใช้เขียนแบบทั่ว ๆ ไป คือโปรแกรม AutoCAD
เริ่มใช้ตอนนั้นก็ release 9, 10 แล้วก็มาเริ่มใช้อีกที
release 12 เพราะว่า release 12 ใช้อยู่บน DOS ที่ผมใช้
12 เพราะว่าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน IT ทางด้านฮาร์ดแวร์
ยังไม่ทันสมัยพอ กำลัง เครื่องยังช้าอยู่ มันจะเหมาะสำหรับ
for DOS ก็เล่น tool ทางด้านนั้นเรื่อยมา
ตอนหลังมามีโปรแกรม
window ที่สะดวกทั้งทางด้านงานเอกสาร แล้วก็ทุกอย่าง ก็เลยหันกลับมาใช้
AutoCAD for WIN สำหรับ 12 for WIN และ 13 for WIN ผมไม่เล่น
ก็ มาที่ 14 เลย ทุกวันนี้ก็ใช้ 14 แล้วก็มาที่ 2000
ทีนี้ผมมีโปรแกรมที่ผมได้มาจากเพื่อนด้วย
แล้วผมก็มาเขียน Autolisp เอง ที่เคยใช้กับ 12 ก็เลยดูว่าสามารถพัฒนาใช้กับ
14 และ 2000 ได้ไหม ผมก็ซื้อหนังสือมาอ่าน ก็ลองพัฒนาดูจนใช้ได้
cadthai
: แล้วซอฟต์แวร์ตัวนี้ทำอะไรได้บ้างครับ
?
คุณเอนก :
ซอฟต์แวร์ตัวนี้ ทำงานได้เฉพาะด้าน 2มิติ เท่านั้นครับ
อย่างเช่นคุณต้องการเขียนแบบ บ้าน และโครงสร้างขนาดเล็ก
ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ได้ทั้งนั้น ขอให้เป็นงานใน 2มิติ
cadthai
: มี block
ไว้ให้เสร็จ?
คุณเอนก :
ครับ เช่นการเขียนตำแหน่งเสา จะมีเสาไว้ให้ทั้งหมด เขียนบอกระยะ
dimension ทุกอย่างก็จะมีให้หมด เขียนบอกระยะผนังก็มีให้
เขียนประตู หน้าต่างในรูปของ plane ก็จะมีให้ พร้อมกับสัญลักษณ์บอกประตู
หน้าต่าง ผนัง มีให้หมด
cadthai
: อันนี้คือ
ตามมาตรฐานประเทศไทย?
คุณเอนก :
ตามมาตรฐานงานเขียนแบบของประเทศไทยที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้
อาจจะเป็นช่าง ปวช., ปวส., สถาปนิก, วิศวกร ใช้ มาตรฐานเดียวกันหมด
เราก็จะมี block ให้ทั้งหมด แม้กระทั่งด้านสุขภัณฑ์ ซึ่งเราจำเป็นสำหรับงาน
detail งานขยายห้องน้ำ ก็มีให้ block ของรถยนต์ ซึ่งผมก็
search เอาจาก web เอาของเก่าของเพื่อนมั่ง เอามารวมไว้อยู่ในที่ที่เดียวกัน
แล้วก็ block plane ของต้นไม้ รูปบ้าน พวกเฟอร์นิเจอร์
ซึ่งสำหรับตกแต่งงานเขียนแบบให้ดูสวยงามขึ้น อะไรต่าง
ๆ ก็มีหมด
cadthai
: มีการวางแผนการพัฒนาต่อไป
อย่างไรครับ?
คุณเอนก :
ตอนนี้ผมกำลังพัฒนาโปรแกรมตัวนี้ใช้ไปบน AutoCAD 2000
คือคุณมีโปรแกรม AutoCAD 2000 คุณสามารถใช้ตัวนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น
2000, 2000i, หรือ 2002 เองก็แล้วแต่ จะใช้ตัวนี้ได้ ซึ่งถ้ามีตัวนี้แล้วจะไปเล่นบน
2000 ไม่ได้เลย เพราะคำสั่งของ CAD 2000 บางตัวไม่รับคำสั่งนี้
อย่างเช่นคำสั่ง Insert นี่ ไม่ได้แน่ คำสั่ง Layer ไม่ได้
มีอีกหลายตัว ซึ่งผมก็จำไม่ได้ ผมก็ต้องพัฒนาขึ้นมาใหม่
เอา lisp ตัวนี้ขึ้นไปแปลงให้หมดให้สามารถรันบน 2000 ได้
ผมก็จะแก้ไขไปเรื่อย
ๆ ก็พยายามจะทำให้โปรแกรมของเรานี้ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้
ไม่ใช่ว่าเราหยุดอยู่แค่นี้ คนที่เค้าใช้ เค้าอาจจะมีกำลังทรัพย์ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีความแรง
ความเร็ว หน่วยความจำสูง เค้าก็อาจจะตัวนี้ได้ เพราะว่า
CAD 2000 นี้จะเหมาะกับพวก 3 มิติ มากกว่า ทีนี้ 3 มิติ กับ 2 มิติ
นี้ต้องอยู่คู่กัน เพราะบางคนทำไม่ใช่ว่าทำเฉพาะ 2 มิติ บางคนเค้าก็ต้องการใช้
3 มิติ แล้ว 2 มิติ เค้าก็ต้องใช้ ผมคิดว่า 2 ตัวนี้น่าจะใช้ร่วมกันได้นะครับ
cadthai
: อาจจะมีถึง
3มิติ ในอนาคตใช่ไหมครับ?
คุณเอนก :
อนาคตนี้ยังไม่แน่ครับ ยังบอกไม่ได้ เพราะว่าพื้นฐานผมมาจากด้าน
2 มิติ เป็นหลัก ก็มีคนเค้าแนะนำเหมือนกันนะครับว่าน่าจะทำ
3 มิติ
cadthai
: อยากจะฝากอะไรถึงน้อง
ๆ ที่จะต้องใช้ AutoCAD ?
คุณเอนก :
ก็เป็นคำถามที่ดีนะครับ อยากจะฝากถึงคนที่เริ่มเรียนในระดับ
ช่างเทคนิค ไม่ว่าจะในระดับ ปวช. ปวส. หรือปริญญา ถ้าพูดถึงว่า
คุณเรียนสายวิชาชีพ ก็คือทางด้านช่าง ไม่ว่าจะเป็นช่างทุกแขนง
ทุกสาขา ทุกวิชา ตอนนี้ในโลกของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก
ที่เรียนทางด้านนี้ ควรจะฝึกใช้ทางนี้ด้วย แม้กระทั่งในหลักสูตรของในระดับปริญญาตรี
ควรจะมีหลักสูตรตัวนี้เสริมเข้าไปด้วย
การใช้ซอฟท์แวร์
CAD ไม่ยากเลย อย่างน้อยคุณต้องมีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษ อยู่บ้าง
เพราะว่าซอฟต์แวร์ตัวนี้เป็นของต่างประเทศ เค้าใช้ภาษาอังกฤษในการพูดโต้ตอบกับเครื่อง
ฉะนั้นคุณต้องมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษอยู่พอสมควร แล้วก็ศึกษาตรงนี้ไม่ยาก
พยายามใช้ผิด-ถูกมันโต้ตอบกับเราตลอด เราให้ไปผิดมันก็จะบอกเราว่าคุณมาผิดนะ
แต่ถ้าเกิดถูก มันก็จะให้คุณทำงานต่อไปได้ คือไม่ต้องไปกลัว
คือบางคนกลัวว่าใช้แล้วโปรแกรมพังบ้าง เครื่องพังบ้าง
อันนั้นผมว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ต้องกล้าทำ ถ้าเสียตรงนี้
เราจำได้ เราก็ทำใหม่ ก็เป็น step ว่าศึกษาด้วยตนเองเป็นหลัก
cadthai
: อย่างน้อยก็ต้องมีเวลาไปเดินซื้อหนังสือ?
คุณเอนก :
ไม่ว่าจะเป็นภาคภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ตอนนี้หนังสือ
พวกนี้เยอะมาก ส่วนใหญ่ถ้ามีเวลาว่าง ผมก็ไปเดินพันธ์ทิพ
ดูพวกหนังสือ ดูตามศูนย์การเรียนใหญ่ ๆ อย่างเช่น จุฬาฯหรือธรรมศาสตร์
ก็ดี พวกหนังสือเกี่ยวกับทางด้าน CAD แล้วก็เอามาศึกษา
เพราะว่าส่วนใหญ่ CAD/ CAM นั้นจะมีความรู้พื้นฐานมาจาก
DOS ทั้งหมด คุณเป็นภาษาอังกฤษ เป็น DOS คุณก็ทำงานได้ไม่ได้ยากเลย
ขอให้มีตรงนี้ และต้องรู้จักพัฒนาตนเอง อย่าง ในแง่ของการเขียนโปรแกรม
lisp หรือ visual lisp อะไรต่าง ๆ อย่างน้อยคุณต้องมีพื้นฐานความรู้ทางด้าน
programming ทางด้านก็ควรมีความรู้ตั้งแต่ภาษา basic มาก่อน
ภาษา basic ถือว่าเป็นภาษาเริ่มต้นของคนที่เริ่มเขียนโปรแกรม
แล้วผมก็พัฒนามาเป็น ภาษา C ,ภาษา JAVA อะไรก็แล้วแต่
มันจะพัฒนามาเรื่อย ๆ แต่ว่าคุณต้องมีพื้นฐานตรงนี้ เพราะว่าตัวนี้จะเป็นพื้นฐานของการเขียน
lisp เพราะว่าคำสั่งแต่ละอย่างนี้ มันจะมาจากพื้นฐานเดียวกันหมด
แล้วก็เขียน lisp มันจะสะดวกเพราะว่า เวลามันรัน มันจะรันทีละบรรทัด
ผิดถูก โปรแกรมจะแจ้งให้เราทราบตลอด จะทำให้เขียนง่ายขึ้น
แต่ว่าถ้าเกิดเรามีความรู้ทางด้านสูงขึ้นไป อาจจะเขียนแล้วพัฒนา
comply ไปเป็นไฟล์อื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะศึกษาในขั้นต่อไป
cadthai
: ขอขอบคุณคุณเอนกมากครับที่ให้ข้อมูลและข้อคิดเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ใช้
CAD
คุณเอนก :
ยินดีมากครับ
|