"The
Digital Car" ต้นแบบเสมือนแห่งอนาคต
(ต่อจากหน้าที่แล้ว)
วิธีการใหม่
ๆ ที่พัฒนาขึ้นต่างมุ่งเป้าไปที่ความสามารถในการสร้างระบบรวมให้ได้รวดเร็วที่สุด
การเจริญเติบโตของการใช้แบบจำลองเสมือนจริงนั้นเป็นการพัฒนาจากระบบ
CAD/CAM/CAE เดิมเป็นหลักโดยจะมี 2 ลักษณะคือ อย่างแรก
ต้นแบบเสมือนจริง (Function Virtual Prototype)
ได้ถูกนำไปใช้ในการออกแบบ ตรวจสอบการทำงาน และประสิทธิภาพรวมของระบบ
และในส่วนที่ 2 ก็คือระบบการผลิตจำลอง (Virtual
Factory Simulation) ได้ถูกนำไปใช้ในการวิเคราห์ความเป็นไปได้ในการผลิต,
ประกอบของระบบหรือชิ้นส่วน, ระบบการจัดการฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์
(Product Database management : PDM) คือสิ่งที่จะช่วยให้
การออกแบบโดยรวมประสบความสำเร็จได้ โดยคุณสมบัติของ
PDM เองนั้นจะสามารถช่วยให้ข้อมูลของชิ้นส่วนต่าง
ๆ ที่ออกแบบนั้นไม่ซ้ำซ้อน และมีการปรับปรุงฐานข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ
ที่สำคัญที่สุดเราสามารถเรียกใช้ข้อมูลชิ้นส่วนต่าง
ๆ ที่เราออกแบบได้อย่างถูกต้องและสามารถควบคุมได้
จากส่วนต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาของระบบ Digital Mock
Up (การสร้างต้นแบบในคอมพิวเตอร์), Functional Virtual
Prototyping, Virtual Factory Simulation ได้ถูกนำมารวมกันเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบโดยรวม
โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงจากต้นแบบที่จะต้องสร้างขึ้นมาจริง
ๆ มาเป็นต้นจำลองในคอมพิวเตอร์ซึ่งจากนี้ผมก็จะกล่าวถึงต้นแบบเสมือน
"Function Virtual Prototyping" เป็นหลัก
ต้นแบบเสมือนจริง Functional Virtual prototyping
ระบบต้นแบบเสมือนจริง Functional Virtual Prototyping
(FVP)
องค์ประกอบที่สำคัญของระบบ FVP จะมีพื้นฐานอยู่
5 ประการคือ การสร้างต้นแบบ (Build), การทดสอบ (Test),
การตรวจสอบ (Validate), ปรับแต่ง (Refine) และสุดท้าย
ก็คือ นำเข้าสู่ระบบที่สามารถเรียกใช้ได้ทันที (Automate)
การสร้าง Model (Build)
ในส่วนของการสร้าง Model นั้น ต้นแบบเสมือนจริง
(FVP) จะเกี่ยวพันทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่และผลิตภัณฑ์ที่อาจจะมีอยู่แล้วในท้องตลาด
ตามปกติในเบื้องต้น FVP จะนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นหลัก
ที่อาจจะมีหลักการพื้นฐานแบบง่าย ๆ หรืออาจจะมาจากความต้องการขั้นพื้นฐานของการออกแบบ
เช่น กราฟหรือข้อมูลดิบที่ตั้งสมมุติฐานมากกว่าใช้
FVP ในการพัฒนารูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์
กราฟหรือข้อมูลดิบที่อ้างอิงในข้างต้นนี้อาจจะมาจากความต้องการของลูกค้า
ซึ่งต้องถูกศึกษา (Quality Function Deployment
(QFD)) และนำไปใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบให้ได้ประสิทธิภาพของการใช้งานต่อไป
อย่างเช่นในการเริ่มต้นออกแบบช่วงล่างของรถ ต้นแบบจำลองที่สร้างขึ้นมาจะเน้นเฉพาะส่วนของช่วงล่างในส่วนอื่น
ๆ ของรถก็จะทำเป็น Model ลักษณะของภาพรวมและที่สำคัญก็จะต้องมีชุดของข้อมูลที่บ่งบอกลักษณะของช่วงล่าง
ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของล้อรถในลักษณะต่าง
ๆ ซึ่งอาจจะแสดงเป็นกราฟอย่างใน Software ที่ชื่อ
ADAMS/Car เราสามารถเลือกชุดช่วงล่างที่เป็นระบบสำเร็จรูปที่บรรจุใน
Software อย่างเช่น McPherson Strut มาทั้งชุดและติดตั้งเข้ากับตัวรถ
หลังจากนั้นจึงให้ตัว Software หาขนาดที่เหมาะสม
โดยใช้ข้อมูลกราฟ (เช่นกราฟของมุม Toe, หรือมุม
Camber) ที่บ่งบอกถึงคุณลักษณะของช่วงล่างที่ต้องการด้วยวิธีนี้
เราจะได้ต้นแบบของระบบช่วงล่างได้รวดเร็วมาก ระบบที่บรรจุในโปรแกรมมีหลากหลายระบบ
เช่น เครื่องยนต์, ส่งกำลัง, อื่น ๆ อีกมาก มีข้อมูลให้เราเลือกนำมาดัดแปลงข้อมูลและใช้ได้โดยจะเป็นลักษณะ
Modular System ซึ่งข้อดีของระบบนี้ก็คือ มีความรวดเร็วในการสร้างต้นแบบ
(เพราะไม่ต้องสร้างตั้งแต่เริ่มต้น) และมีความชัดเจนในการส่ง
Input หรือรับ Output
ระหว่าง Module ที่เชื่อมต่อกันอยู่ในระบบย่อย ๆ
แต่ละระบบที่เป็นต้นแบบเสมือนจริงนี้สามารถอธิบายคุณลักษณะต่าง
ๆ ของตัวมันเองได้จากการเชื่อมโยงหรือประกอบกันของชิ้นส่วนย่อย
ๆ ซึ่งใช้หลักการทางคณิตศาสตร์เป็นสิ่งกำหนดรูปทรงและมวลสารของชิ้นส่วนสร้างจากระบบ
CAD ที่เป็น Solid Modeling ขณะที่โครงสร้าง, คุณสมบัติทางกายภาพ,
การนำความร้อน สามารถใช้ FEA หรือการทดสอบจริงเป็นตัวกำหนด
จุดสำคัญที่จะนำเอา FVP มาใช้ให้ประสบผลสำเร็จจริง
ๆ ก็จะเริ่มจากการสร้าง (Build) นี้แหละครับ ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งนักวิเคราะห์และวิศวกรผู้ทดสอบในด้านต่าง
ๆ เพราะ การสร้างต้นแบบในที่นี้ (สรุป) ก็คือการสร้างรูปทรง
(Solid Modeling) ซึ่งอธิบายหน้าตาของระบบและที่สำคัญยังจะต้องสร้างคุณลักษณะ
(ข้อมูล,กราฟ ต่าง ๆ ) ของระบบย่อย FVP ด้วย
จบภาคแรก
|
(จากบทความ Functional Virtual Prototyping
Realization of "The Digital Car"
ของ Robert R. Ryan, Ph.D. President and Chief
Operating Officer , Mechanical Dynamics, Inc.)
(แปลและเรียบเรียงโดย CAEMAN)
|
|
|
|
Copyright
2000-2001 CADTHAI.COM
Contact webmaster
|
|
|