และเมื่อนำไปพล็อตกราฟจะได้ดังรูปที่
5 พื้นที่ภายในวงรีแสดงถึงย่านที่ปลอดภัยไม่เกิดความเสียหายเนื่องจาการ
Yield ส่วนพื้นที่บนวงรีและด้านนอกวงรีแสดงถึงย่านที่เกิดการ
Yield และในสามมิติผิวที่เกิดการ Yield เนื่องจากความเค้นเฉือนหรือ
Yield surface จะทำมุมกับแกนหลักของความเค้น (Principle
stress axe) เท่าๆกัน โดยมี Cosine เท่ากันคือ แสดงดังรูปที่
6


เปรียบเทียบ Maximum
shear stress theory กับ Maximum distortion energy
theory รูปที่ 7 แสดงขอบเขตของทฤษฎีทั้งสอง Maximum
distortion energy theory จะมีขอบเขตที่มากกว่าหมายถึงเผื่อความปลอดภัยไว้น้อยกว่า
ชิ้นงานที่ได้จากการออกแบบจะมีขนาดเล็กกว่า เมื่อชิ้นงานรับความเค้นเท่ากัน
ทำให้ประหยัดกว่า เมื่อความเค้นหลักเท่ากันทั้งสองแกน
จะได้ค่าความปลอดภัยที่เท่ากันทั้งสองทฤษฎี Maximum
distortion energy theory จะเป็นที่นิยมมากกว่า เนื่องจากใกล้เคียงกับผลการทดลองมากกว่า
จบตอนที่ 1