เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2545 ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนาของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟท์แวร์
(BSA) ณ โรงแรมแชง-กรีลา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการให้ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์
และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงมาตรการป้องปราม ,ความเสี่ยงทางกฎหมาย
ในการใช้ซอฟท์แวร์ ที่เป็นสมาชิกของ BSA ผมจึงใคร่ขอนำเสนอความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์
และ ข้อควรปฏิบัติเพื่อความถูกต้อง รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของกลุ่มบีเอสเอในประเทศไทย
จึงใคร่ขอนำข้อมูลที่ได้ มาบอกเล่าให้ผู้อ่านได้ทราบถึงข้อมูลต่างๆดังนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์คืออะไร
ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2537 เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2537 เพื่อใช้บังคับแทนพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2521 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.
2538
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์กำหนดไว้ว่าประเทศไทยจะให้ความคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์แก่คนชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย
และในฐานะที่เป็นสมาชิกของอนุสัญญาแห่งกรุงเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม
และข้อตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าหรือ
Trade Related Aspects of Intellectual Property Rights
(TRIPs) ประเทศไทยได้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่สร้างสรรค์โดยคนชาติของประเทศสมาชิก
หรือที่มีการเผยแพร่โฆษณาในประเทศสมาชิกภายใต้หลัก "การปฎิบัติเยี่ยงคนชาติ"
(National Treatment)
งานที่จะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญัญติลิขสิทธิ์ต้องเป็นงานที่เป็น
"งานสร้างสรรค์" ในสาขาวรรณกรรม นาฎกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม
โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานเพร่เสียงแพร่ภาพ
รวมถึงงานอื่น ๆ ในแผนกวรรณกรรม แผนกทางวิทยาศาสตร์
หรือแผนกศิลปะของผู้สร้างสรรค์
ทั้งนี้พระราชบัญญติลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองต่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยจัดเป็นผลงานทางวรรณกรรมและให้ความคุ้มครองชุดคำสั่งต่าง
ๆ ที่ใช้สั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร์แก่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โปรแกรมนั้น
ซึ่งความคุ้มครองยังครอบคลุมถึง Object code และ Source
code ด้วย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์มีบทบาทอย่างไร
ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการใช้ประโยชน์จากผลงานสร้างสรรค์ของตนตลอดจนการได้รับสิทธิในการทำซ้ำ
ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน นอกจากนี้ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ยังได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการให้เช่าหรือใช้สิทธิ์ในการทำซ้ำผลงานของตน
รวมทั้งยังสามารถยกผลประโยชน์อันเกิดจากงานลิขสิทธิ์ของตนให้ผู้อื่นได้ตามต้องการ
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
จำแนกลักษณะการละเมิดลิขสิทธิ์ออกเป็น 2 ประเภทหลัก
ประเภทแรก คือการทำซ้ำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ซึ่งเรียกว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ได้ให้ความคุ้มครองโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากการคัดลอกหรือทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด นอกเสียจากว่าจะมีลักษณะเป็นการสร้างโปรแกรมขึ้นใหม่และจากการปรับปรุงหรือดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่สาธารณะชนและห้ามมิให้นำต้นฉบับหรือสำนักเนางานดังกล่าวออกให้เช่าโดยเด็ดขาด
การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง
คือ การกระทำทางการค้าหรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ที่กล่าวข้างต้น
หากผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้น
โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น และมีส่วนในการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหาผลกำไรให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์
ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
- ขาย มีไว้เพื่อขาย
เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
- เผยแพร่ต่อสาธารณะชน
- แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
- นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
บทกำหนดโทษ
การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณะชนซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น
หรือให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อการค้า
ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000
บาท และอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
การขาย มีไว้เพื่อขาย
เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เข่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
นำเข้ามาในราชอาณาจักร เผยแพร่ต่อสาธารณะชน หรือแจกจ่ายงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหารแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 4000,000
บาท และอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำและปรับ
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับนิติบุคคลนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า การกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทโดยที่ตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
จะถูกริบให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด
เช่น เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
ก็อาจถูกริบได้
ค่าปรับที่ได้มีการชำระตามคำพิพากษานั้นครึ่งหนึ่งจะเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ดีการได้รับค่าปรับดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับไว้แล้วนั้น
การกระทำที่ถูกกฎหมายทำได้อย่างไร
ในฐานะผู้ใช้ซอฟต์แวร์
คุณเพียงแต่ซื้อและใช้ซอฟต์แวร์ต้นฉบับเท่านั้น จึงจะเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมาย
ส่วนลักษณะการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
มีระบุไว้ในใบอนุญาตการใช้งาน โปรดอ่านข้อตกลงในใบอนุญาตดังกล่าวอย่างละเอียดเนื่องจากเงื่อนไขในการใช้งานโปรแกรมซอฟต์แวร์แต่ละโปรแกรมนั้นแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม คุณจะไม่เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของสมาชิกของบีเอสเอโดยปฎิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
- ติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์เพียง
1 เครื่องต่อ 1 ครั้งเท่านั้น
- ห้ามทำสำเนาโปรแกรมเพื่อการสำรองมากกว่า 1 สำเนา
- ห้ามโหลดซอฟต์แวร์ลงในเซิร์ฟเวอร์
- ห้ามให้ผู้ใดยืมใช้ซอฟต์แวร์ของคุณ
เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญกับการละเมิดลิขสิทธิ์
หากคุณคิดว่าการใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือการทำสำเนาซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้ส่งผลให้คุณต้องโทษจำคุ
หรือปรับโดยทันทีแต่ในความเป็นตริง คุณกำลังกระทำผิดกฎหมายและธุรกิจของคุณยังเสี่ยงต่อ
- การสูญเสียความน่าเชื่อถือ
- การสูญเสียรายได้
- การไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ภัยจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์อีกประการหนึ่ง
คือ คุณอาจสูญเสียข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร
เนื่องจากซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะมีไวรัสคอมพิวเตอร์
และระบบที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้องค์กรของคุณต้องพบกับวกฤตการณ์ที่เลวร้ายอย่างคาดไม่ถึง
นอกจากผลเสียที่กล่ามาข้างต้นแล้ว
เมื่อคุณใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ คุณจะไม่ได้รับเอกสารประกอบการใช้งาน
การสนับสนุนทางด้านเทคนิค และการได้รับข่าวสารการอับเกรดซอฟต์แวร์
รวมทั้งการรับประกันคุณภาพของซอฟต์แวร์นั้น ๆ
การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากจะไม่สามารถรับประกันผลงานของบริษัทได้
ยังอาจส่งผลร้านต่อธุรกิจโดยรวมของคุณด้วย
จะทราบได้อย่างไรว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้มีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่
การตรวจสอบว่าซอฟต์แวร์ต่าง เป็นซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์หรือไม่
นับว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมาก
ได้รับการปลอมแปลงตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์จนแทบไม่สามารถระบุความแตกต่างจากซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ของบริษัทผู้ผลิตได้
แต่ทั้งนี้ คุณอาจตั้งข้อสังเกตว่า ซอฟต์แวร์นั้น ๆน
เป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ได้จาก
- ซอฟต์แวร์นั้นมี
"ราคาถูกเกินความเป็นจริง"
- โปรแกรมนั้นอยู่ในแผ่นซีดีรอมที่บรรจุซอฟต์แวร์หลายชนิด
ซึ่งเป็นผลงานจากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์หลายบริษัท
- แผ่นซีดีรอมเป็นแผ่นสีทอง
- ซอฟต์แวร์นั้นจำหน่ายโดยบรรจุในกล่องพลาสติกใสเพียงอย่างเดียว
ไม่มีกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์
- คุณไม่ได้รับเอกสารอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์ เอกสารสำหรับลงทะเบียน
หรือคู่มือการใช้ซอฟต์แวร์
หากคุณไม่แน่ในว่าซอฟต์แวร์ที่ต้องการ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธ์หรือไม่ โปรดติดต่อ
BSA เพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม