|
10 เทคนิคการใช้งาน
AutoCAD (ต่อ)
โดย... KC
เทคนิคที่ 6
: การสร้างวงรีใน 2 ลักษณะ
PELLIPSE
คือ ตัวแปรระบบที่ควบคุม การสร้างวงรี Ellipse ในลักษณะคุณสมบัติวัตถุที่เป็น
Polylines หรือลักษณะคุณสมบัติแบบวงรีจริงๆ True Ellipse หรือไม่ได้
เมื่อมีการกำหนดค่าตัวแปร PELLIPSE คือ ถ้าเป็นค่า
0 จะเป็นลักษณะคุณสมบัติวัตถุที่เป็นวงรีตามจริงที่เกิดขึ้น
จากการกำหนดค่า แต่ถ้าเป็นค่า 1
คือ เป็นเส้นโค้ง Arc ย่อยๆ ที่มาต่อกันเป็น Polylines สังเกตอย่างแรกที่เห็นได้
เมื่อมีการนำObject นี้มาทำงาน ถ้าเป็นลักษณะวงรีจริงๆ True
Ellipse และลองใช้คำสั่ง Offset จาก Object นี้ มันก็จะทำการสร้างวงรีใหม่ที่เป็นลักษณะเส้น
Spline แต่ถ้ากำหนดเป็นค่า 1 สิ่งที่ Offset ได้ออกมาจะเป็นเส้น
Polylines เหมือนวงรีต้นแบบเลย สังเกตว่า จะไม่สามารถใช้คำสั่ง
Lengthen กับ Object ที่เป็น Spline ได้
เทคนิคที่
7 : Array แบบใช้ตัวเลือก "C"
โดยมากแล้วจะใช้มาตรฐานที่เป็น "R" (Rectangle) หรือ "P" (Polar)
สำหรับการคัดลอกวัตถุ Object บน Drawing ด้วยคำสั่ง Array ถึงกระนั้น
ก็มีวิธีอื่นที่น่ารู้ และไม่มีเอกสารอ้างอิงถึง Option ของคำสั่ง
Array นี้ด้วยที่เรียกว่า "C" (Circular) คือมันจะสร้างในลักษณะเหมือน
Polar ของ Array แต่จะแตกต่างตรงที่ผู้ใช้สามารถระบุมุมระหว่างวัตถุ
Object กับจำนวนของวัตถุ Object หรือมุมที่ต้องการให้วาง สังเกตจากตัวอย่างด้านล่าง
ที่ต้องการให้วัตถุ Object จำนวน 5 ตัวหมุนที่มุม 15 องศา
Command line
Command: ARRAY
Select objects: Other corner: 3 found
Select objects: {ENTER}
Rectangular or Polar array (R/P): C
Base/(specify center point of array: (locate on screen)
Angle between items (+=ccw, -=cw): 15
Number or -(degrees to fill): 5
Rotate objects as they are copied? )(n) Y
เทคนิคที่
8 : เทคนิคการปิดมุม 90 องศา
ใน AutoCAD มีสองทางเลือกสำหรับการสร้างมุมองศาปิดแบบ 90 องศา
หรือมุมปิดที่องศาที่เหมาะสม โดยทั้งสองคำสั่งนี้ก็คือ Fillet
และChamfer เมื่อมีการกำหนดรัศมีเป็นค่า 0 เพื่อทำการสร้างการปิดที่มุมของจุดที่ตัดกันของเส้นสองเส้นสำหรับ
Fillet เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นคำสั่ง Chamfer ก็ต้องกำหนดระยะทั้งสองค่าเป็น
0 ด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน โดยการกำหนดค่าครั้งเดียว
และเพียงแค่ทำการเลือกเส้นสองเส้นที่ต้องการสร้างเพื่อทำให้เกิดเป็นมุมปิดต่อเท่านั้นเอง
ดังตัวอย่างด้านล่างนี้
Command: fillet
(TRIM mode) Current fillet radius = 0.5000
Polyline/Radius/Trim/(Select first object): r
Enter fillet radius (0.5000): 0
(TRIM mode) Current fillet radius = 0.0000
Polyline/Radius/Trim/(Select first object):
Select second object:
Command: chamfer
(TRIM mode) Current chamfer Dist1 = 0.5000, Dist2 = 0.5000
Polyline/Distance/Angle/Trim/Method/(Select first line): d
Enter first chamfer distance (0.5000): 0
Enter second chamfer distance (0.0000): 0
(TRIM mode) Current chamfer Dist1 = 0.0000, Dist2 = 0.0000
Polyline/Distance/Angle/Trim/Method/(Select first line):
Select second line:
เทคนิคที่
9 : ใช้ตัวแปร Edgemode ช่วยในการ
Extend และ Trim
โดยปกติคำสั่ง Extend และTrim เวลาใช้จำเป็นต้องอ้างอิงจุดที่ตัดของวัตถุ
Object กับวัตถุที่ต้องการที่จะ Extend หรือTrim แต่ถ้ามีการกำหนดตัวแปร
EDGEMODE ที่เป็นค่า 1 นั่นก็หมายความว่า สามารถ Extend
หรือTrim วัตถุ Object ที่ไม่จำเป็นต้องมีการตัดผ่านของตัววัตถุ
Object ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลว่าการสร้างใหม่จะเป็นอย่างไร หรือเส้น
Lines จะถูกทับกันใน Drawing หรือไม่ โดยมันจะกระทำกับวัตถุในตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด
เพื่อทำการยืด และลบเส้นที่อยู่ในขอบเขตเท่านั้น
ส่วนค่าตัวแปร EDGEMODE ที่เป็นค่า 0 จะทำการอ้างอิงวัตถุที่จุดตัดของวัตถุที่ต้องการยืด
และตัด ตามการตัดผ่านของเส้นจริงๆ
EXTEND Example:
Command: EXTEND
Select boundary edges: (Projmode = UCS, Edgemode = Extend)
Select objects: {ENTER}
(Select object to extend)/Project/Edge/Undo: Select end
of object to extend.
TRIM Example:
Command: TRIM
Select cutting edges: (Projmode = UCS, Edgemode = Extend)
Select objects: {ENTER}
(Select object to trim)/Project/Edge/Undo: Select end of
object to trim
เทคนิคที่
10 : ปิด/เปิด ระบบการดับเบิลคลิกเมื่อต้องการ
edit ใน AutoCAD2000i
บน AutoCAD 2000i นี้อยากแนะนำสิ่งหนึ่ง ที่ง่ายต่อการแก้ไขตัววัตถุ
Object ใน Drawing ที่น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับผู้ใช้ส่วนมาก
หรือบางคนอาจจะไม่ชอบก็ได้กับสิ่งนี้ ดังนั้น ถ้าใครไม่ชอบก็สามารถปิด
การ Double-click และการแก้ไขลักษณะนี้ได้ใน AutoCAD ที่กำหนดค่าทาง
Command line เพื่อสลับสถานะของการใช้งาน ซึ่งแสดงเหมือนด้านล่าง
หรือถ้าพบว่าการกำหนดเป็นลักษณะ Off ก็ให้ลองเปลี่ยนค่าเป็น
On ก็ได้
Command Line
Command: dblclkedit
Enter double-click editing mode [ON/OFF] (ON): off
หรือ
Enter double-click editing mode [ON/OFF] (OFF): on

|