|
การจำลองการขึ้นรูปโลหะแผ่นช่วยลดความเสี่ยงในการผลิต
(ตอนที่ 1)
|
|
ธนสาร
อินทรกำธรชัย
|
การขึ้นรูปโลหะแผ่น
(sheet metal forming) เป็นกระบวนการผลิตชิ้นงานที่ความหนาของชิ้นงานมีขนาดน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดโดยรวม
กระบวนการดังกล่าวมีการใช้กันอย่างกว้างขว้างในภาคอุตสาหกรรม
เช่น การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ในครัวเรือน
เป็นต้น กระบวนการขึ้นรูปโลหะแผ่นมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน
แต่ที่มีการใช้กันอย่างมาก คือ การลากขึ้นรูป (drawing)
เป็นการขึ้นรูปชิ้นงานโดยไม่เกิดตะเข็บ จะเริ่มจากการเตรียมโลหะแผ่น
(blank) แล้วจับยึดให้อยู่ระหว่างตัวจับยึดและแม่พิมพ์ซึ่งประกอบด้วย
2 ส่วน คือ พั้นช์ (punch) และ ดาย (die) หลังจากนั้น
พั้นช์จะเคลื่อนที่ลงมาพาโลหะแผ่นไปสัมผัสกับดาย ทำให้โลหะแผ่นมีรูปร่างตามแบบแม่พิมพ์
ในทางปฏิบัติการขึ้นรูปชิ้นงานที่มีรูปร่างซับซ้อน
จะพบว่าโลหะแผ่นที่ถูกขึ้นรูปอาจมีรูปร่างลักษณะไม่ได้ตามที่ต้องการ
เช่น เกิดรอยย่น (wrinkling) ซึ่งมักจะเกิดในบริเวณพื้นที่ที่มีค่าความเครียดอัดตัว
(compressive strains) สูงๆ และการฉีกขาด มักเกิดขึ้นในบริเวณที่โลหะแผ่นมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างทันทีทันใด
เป็นต้น
การขึ้นรูปโลหะแผ่นให้ได้ชิ้นงานออกมาดีขึ้นอยู่กับรูปร่างลักษณะของแม่พิมพ์
และค่าพารามิเตอร์ในการผลิต (process parameters) เช่น
ความเร็วของพั้นช์ แรงจับยึดโลหะแผ่น และแรงเสียดทาน เป็นต้น
การออกแบบแม่พิมพ์และการกำหนดค่าพารามิเตอร์ในการผลิตในทางปฏิบัติมักจะทำได้ยาก
ซึ่งต้องอาศัยการลองผิดลองถูกหลายๆ ครั้งจนกว่าจะได้แม่พิมพ์
และค่าพารามิเตอร์ในการผลิต ที่เหมาะสม ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยจำลองพฤติกรรมการขึ้นรูปโลหะแผ่นมีประโยชน์ในการลดเวลาและค่าใช้จ่ายจากการลองผิดลองถูก
เนื่องจากการจำลองพฤติกรรม การขึ้นรูปโลหะแผ่นทำให้ทราบถึงลักษณะการไหล
การเสียรูปของโลหะแผ่นตลอดจนสามารถคาดการณ์จุดเสียหายที่น่าจะเกิดขึ้นหลังจากการขึ้นรูปได้
ในอดีตที่ผ่านมามีวิธีการจำลองพฤติกรรมการขึ้นรูปโลหะแผ่นหลายวิธีด้วยกัน
ได้แก่ Slab method, Slip-line field method, Viscoplasticity
method, Upper and lower bound techniques และ Hills general
method เป็นต้น แต่วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถใช้จำลองพฤติกรรมการขึ้นรูปโลหะแผ่นได้อย่างหลากหลาย
ปัจจุบันมีการพัฒนาศักยภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้น
ส่งผลให้มีการประยุกต์ใช้วิธีการคำนวณขั้นสูง เพื่อจำลองพฤติกรรมการขึ้นรูป
ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย ระเบียบวิธีผลต่างสืบเนื่อง
(finite difference method) ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์
(finite element method) และ ระเบียบวิธีไฟไนต์วอลุม (finite
volume)
ในบทความนี้ได้นำระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์มาประยุกต์ใช้กับการจำลองพฤติกรรมการขึ้นรูปโลหะแผ่น
เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถนำไป ใช้กับรูปร่างของแม่พิมพ์ที่มีความซับซ้อน
รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์ในการผลิตได้โดยง่าย
บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป (personal computer)
ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์
ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์เป็นระเบียบวิธีในการหาคำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์
ให้อยู่ในรูปแบบของสมการพีชคณิต (algebraic equations)
หลังจากนั้นจึงนำระเบียบวิธีเชิงตัวเลข (numerical method)
ทำการหาคำตอบ โดยคำตอบที่ได้จะอยู่ในรูปแบบของผลเฉลยโดยประมาณ
(approximate solution)
ท่านผู้อ่านหลายท่านคงเริ่มสงสัยว่า
แล้วระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์เข้ามาช่วยในการจำลองพฤติกรรมการขึ้นรูปโลหะแผ่นได้อย่างไร
การขึ้นรูปโลหะแผ่นนั้นเราจะให้ความสนใจพฤติกรรมการเสียรูปของโลหะแผ่นมากกว่าองค์ประกอบอื่น
หากเราพิจารณาเอลิเมนต์ย่อยๆ บนโลหะแผ่น จะพบว่าเอลิเมนต์ย่อยๆ
ดังกล่าวจะพยายามรักษาสมดุลของแรงภายในโลหะแผ่นในทุกทิศทุกทาง
จากแรงภายนอกที่มากระทำ ซึ่งสามารถเขียนแทนด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ได้ดังนี้
| |

|
การแก้สมการเชิงอนุพันธ์ดังกล่าวภายใต้เงื่อนไขการเสียรูปจำนวนมาก
(large deformation) ที่เกินจุด Yield ของโลหะแผ่น เงื่อนไขการสัมผัสของโลหะแผ่นกับพั้นช์
ดาย และแผ่นจับยึด ทำให้เกิดแรงปฏิกิริยา (reaction force)
และแรงเสียดทาน (friction force) ที่กระทำกับผิวของโลหะแผ่น
และรูปร่างที่ซับซ้อนของพั้นช์กับดาย จึงยากที่จะทำได้ด้วยวิธีการของ
คณิตศาสตร์ขั้นสูงเพื่อให้ได้มาซึ่ง ผลเฉลยที่แม่นตรง
(exact solution) ดังนั้นเมื่อไม่สามารถหาผลลัพธ์ได้โดยตรง
การหาผลลัพธ์โดยประมาณจึงมีความจำเป็น และได้มีการประดิษฐ์และคิดค้นกันหลายวิธี
ซึ่งระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถหาคำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์ดังกล่าวได้
|
|