|
6 AutoCAD TECHNICS
โดย... KC
เทคนิคที่ 2
: การแปลงภาพ 3 มิติให้เป็นเส้น 2 มิติ(Converting a 3D model
to a 2D model)
Issue - - เราสามารถสร้างแบบงานที่เป็น
2 มิติ จากโมเดล 3 มิติที่มีอยู่ ในแต่ละมุมมองโดยที่ไม่ต้องเริ่มต้นเขียน
Drawing 2Dใหม่นั้นได้อย่างไร
Applies
to - - AutoCAD
2000, AutoCAD 2000i
Solution
- - การสร้างDrawing ที่เป็น
2 มิติ จากโมเดล 3 มิติ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
ให้ทำการสร้าง Configure
Plotter เป็นแบบ DXB Plotter
- เปิด 3D model ที่ต้องการจะแปลงใน
AutoCAD
- ทำการปรับตำแหน่งมุมมองที่ต้องการให้เหมาะสม
- เรียกคำสั่ง Plot
ทาง Command line หรือทางเมนู
- เลือกชนิดของ Plotter
จากรายการให้เป็น DXB Plotter ที่สร้างไว้ในข้อ1จาก Dialog
ของPlotter configuration name บนตำแหน่ง Tab ของ Plot Device
- เลือก OK (ผลลัพธ์ของการ
Plot จะเป็น File ที่มีนามสกุลเป็น DXB)
- ทำการ New drawing
- พิมพ์ DXBIN ที่
Command line
- กด ENTER
- ทันใดนั้นให้เลือกหา
File ที่เพิ่งสร้างจากข้อที่ 6
- เลือก OK
- เมื่อ Drawing เปิดขึ้นมา
ให้ทำการ SAVE เป็นของ AutoCAD โดยสังเกตว่า เราจะได้ Drawing
ที่เป็นสองมิติทันที
เทคนิคที่
3 : ปรับสเกลให้ viewports (Adjustable
scale on the viewports)
Issue - - AutoCAD
(R12, R13 และR14) นั้นเวลาทำ Drawing ในลักษณะสองมิติ จากโมเดลสามมิตินั้น
คือจะต้องทำในโหมดของ Paper Space โดยการนำ View Ports ต่างๆไปใส่ใน
Paper Space ที่ได้มีการเตรียม Title Block ไว้แล้ว เสร็จแล้วก็จะทำการให้
Scale ของ Drawing ในView Ports ต่างๆ ด้วยการคำนวณหาค่าขนาดที่ต้องก่อนระหว่างโมเดลกับขนาดกระดาษ
อย่างเช่น ถ้าเป็นการย่อขนาด 1:50, 1:100 เพื่อที่จะเอาค่าที่ได้นี้ไป
Zoom ปรับขนาดใน View Ports ที่เตรียมไว้ ซึ่งมีขั้นตอนการปรับขนาดที่ไม่สะดวกนัก
ดังนั้นใน AutoCAD ปัจจุบันสามารถปรับลดขั้นตอนตรงจุดนี้ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น
Applies
to - - AutoCADÒ
2000, AutoCAD 2000i
Solution
- ทำการเปิดโมเดลสามมิติ
- ให้ทำการปรับมุมมองตามที่ต้อง
เช่น ถ้าต้องการมองภาพแบบ Plan View ก็ให้ไปเรียกคำสั่งที่เมนู
Viewà 3D Viewsà Top เป็นต้น
- ให้ทำการ Tile Mode
ไปที่โหมด Paper Space ด้วยการใช้ Mouse click ไปที่ Tab
ด้านล่างซ้ายที่ชื่อว่า Layout1
- ถัดมาจะมี Dialog
ของการกำหนด Page Setup ของขนาดกระดาษ และPlotter ขึ้นมา
ก็ให้เลือกตามต้องการ หรือจะยกเลิกก่อนก็ได้
- ทำการลบ View Port
ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ด้วยคำสั่ง Erase
- ใช้คำสั่ง Layer
ที่ Formatà Layer
- ทำการสร้าง Layer
ขึ้นมาใหม่หนึ่งตัว โดยการกดปุ่ม New และสมมุติตั้งชื่อว่า
ViewPort
- กำหนดให้ Layer ที่เพิ่งสร้างนี้เป็น
Current
- กดปุ่ม OK.
- เรียก Tool bars
ของ Viewports ขึ้นมาด้วยการเลื่อน Mouse ไปที่ Tool barsที่เปิดไว้อยู่แล้ว
เสร็จแล้วให้กด Mouse ขวา และให้เลือกไปที่ Viewports ก็จะปรากฏ
Tool bar นี้ขึ้นมา

ตัวอย่าง
Viewports Toolbar
- เลือกคำสั่ง Single
Viewport บนToolbar (กรณีสมมุติทำ View Port เดียว)
- ให้ทำการตีกรอบขนาดพื้นที่ของ
View Port ที่ต้องการบน Paper Space
- เลือก Select ที่
View Port
- ทำการเลือก Scale
ที่ต้องการย่อหรือขยายได้ทันที บน Viewports Toolbar แต่ถ้า
Scale ที่จะใช้ย่อหรือขยายไม่มีก็สามารถพิมพ์ลงไปได้ทันที
เช่น 1:500 1:1000 เป็นต้น ผลลัพธ์ที่ได้คือจะมีการปรับ
Scale ได้ตามต้องการใน View Port ที่เลือกไว้
- ถ้าลองใช้คำสั่ง
Fileà Plot Preview หรือเลือก Print Preview ที่Toolbar
เพื่อที่จะแสดงDrawing ก่อน Plot จริง แต่ปรากฏว่าบน Drawing
นั้นจะมีกรอบของView Port ด้วย ซึ่งจริงๆแล้วจะไม่ต้องการมัน
แต่ก็สามารถซ่อนมันได้เช่นกัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนถัดไป
- ใช้คำสั่ง Layer
ที่ Formatà Layer
- ทำการเลือก Layer
0 ให้เป็น Current
- ให้เลือกไปที่ Layer
ที่ชื่อว่า ViewPort ที่เราสร้างขึ้นมา และให้ทำการ Freeze
ในLayer นี้
- กดปุ่ม OK.
- ถ้าลองใช้คำสั่ง
Fileà Plot Preview หรือเลือก Print Preview ที่Toolbar
อีกครั้ง โดยสังเกตว่าจะไม่มีกรอบที่แสดงอีกแล้ว
- ถ้าต้องการใส่ Title
Block ก็สามารถ Insert Block ได้ตามปกติสำหรับในโหมด Paper
Space
เทคนิคที่
4 : แก้ไขปัญหาการ plot ออกไม่ครบถ้วน
Issue
- - บ่อยครั้งเมื่อมีการใช้คำสั่ง
Hide, Render และPlot กับ 3D Model ที่มีขนาดใหญ่มากๆ แล้วจะแสดงผลออกมาไม่ถูกต้องจริงๆ
เช่น เมื่อใช้คำสั่ง Hide กับ3D Model ปรากฏว่าเส้นขอบต่างๆ
แสดงออกมาไม่ค่อยราบเรียบเท่าที่ควร หรือบางทีอาจแสดงไม่ถูกต้องด้วย
คือ เส้นวัตถุที่ถูกซ่อน แต่มีแสดงผล เป็นต้น และส่วนใหญ่ที่พบปัญหามากที่สุดคือ
เมื่อทำการ Plot แบบงานจาก3D Model ออกมาแล้ว ปรากฏว่า เส้นอาจมีการขาดหายไปทั้งๆ
ที่ควรจะต้องมี หรือส่วนที่ถูกบดบังกลับแสดงออกมา
Applies
to - - AutoCAD
2000, AutoCAD 2000i
Solution
- - ปัญหานี้มีทางที่จะแก้ไขได้
โดยการเปลี่ยนแปลงค่าตัวแปรดังต่อไปนี้
1.ตัวแปรแรกที่จะพูดถึงตัวแรกคือ
HIDEPRECISION เป็นตัวแปรที่ใช้ควบคุมความถูกต้องเกี่ยวกับ
Hides และShades โดยการ Hidesนั้นสามารถระบุให้มีการคำนวณความถูกต้องที่แตกต่างกันได้
เช่น Double หรือSingle ซึ่งถ้ากำหนด HIDEPRECISION เป็น 1 คือกำหนดให้มีการคำนวณความถูกต้องมากขึ้นเป็นพิเศษ
หรือ Double สำหรับการซ่อนเส้นของวัตถุ แต่นั่นก็หมายความว่าต้องใช้หน่วยความจำที่มากตามด้วย
ซึ่งจะมีผลต่อสมรรถนะในเวลาทำงาน ดังนั้นมาดูว่าค่า Options
ของตัวแปรนี้มีความหมายอย่างไร
0
Single precision คือการคำนวณความถูกต้องแบบธรรมดา หรือใช้ไว้ตรวจสอบคร่าวๆ
ที่ไม่คำนึกถึงความถูกต้องมากนัก และใช้หน่วยความจำน้อยตามด้วย
1
Double precision คือการคำนวณความถูกต้องแบบพิเศษ ที่สามารถรองรับกับ
3D Model ที่มีขนาดใหญ่ แต่จะใช้หน่วยความจำมากด้วยเช่นกัน
2.ตัวแปรที่สองคือ
FACETRES ที่มีไว้สำหรับการปรับความ Smooth เมื่อทำการให้
Shade สี และการ Render ของวัตถุ และยังรวมถึงการซ่อนเส้นของวัตถุด้วย
โดยค่าที่กำหนดได้จะเริ่มจาก 0.01-10.0 โดยค่าคงเดิมของโปรแกรมเท่ากับ
0.5 ซึ่งถ้าอยากให้วัตถุดูแล้วมีความสวยงามมากขึ้นก็ควรปรับให้มากกว่านี้
|