CFD ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการออกแบบ


->
ทุกวันนี้อุตสาหกรรมอิเลคโทรนิค-คอมพิวเตอร์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญ เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้หรือเครื่องจักรต่าง ๆ ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จะต้องมีวงจรอิเลคโทรนิค-คอมพิวเตอร์ประกอบอยู่ด้วย ทำให้มีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิคมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดสูง ผู้ประกอบการแต่ละรายจึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กับสินค้าของตนและต้องออกจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของการทำให้เวลาในการออกแบบลดลงคือ การนำซอฟท์แวร์*/คอมพิวเตอร์มาเพื่อช่วยออกแบบ,คำนวนและวิเคราะห์ในส่วนของการระบายความร้อนของวงจรที่ออกแบบแล้ว เพื่อทำให้วงจรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ อุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องใช้ซอฟท์แวร์ประเภท CFD (computational fluid dynamics) ซึ่งปัจจุบันสามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ วินโวส์ ,มีความยืดหยุ่น และใช้งานได้ง่าย ทำไห้ผู้ออกแบบสามารถวิเคราะห์และแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างรวดเร็วจึงทำให้ช่วงเวลาในการออกแบบสั้นลง ตัวอย่างของผู้ที่นำซอฟท์แวร์ประเภท CFD มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการระบายความร้อน เพื่อทำให้วงจรทำงานได้ดี ได้แก่ บริษัท Raytheon E-Systems Div. ซึ่งเป็นผู้นำในด้านการผลิตวงจรอิเลคโทรนิคสำหรับการทหารในสหรัฐฯ ซึ่งขณะออกแบบได้ตรวจพบปัญหาความร้อน ตอนออกแบบกล่องบรรจุในระยะแรก ๆ ซึ่งเป็นข้อดีเพราะจะไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการออกแบบ หากตรวจพบภายหลัง


Raytheon E-Systems เป็นผู้พัฒนา ruggedized ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเลคโทรนิคทางทหาร ซึ่งประกอบด้วยกล่องวิทยุสื่อสารและชุดเสาอากาศ ซึ่งเป็นแบบพิเศษ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่ต้องออกแบบตามความต้องการของลูกค้า

ล่าสุดคือต้องปรับปรุงชุดการ์ดสื่อสารขนาด 18 x 9 x 7 นิ้ว ที่ประกอบด้วยชุดจ่ายไฟ 2 ชุดผลิตกำลังไฟรวม 600 วัตต์ เมื่อการออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมดูดอากาศออก ได้ถูกวิเคราะห์ออกมาตามทฤษฎีโดยคำนวนแบบ contour ในลักษณะ 2 มิติ ผลปรากฎว่าอุณหภูมิณ จุดที่มีอุปกรณ์หลายตัวอยู่ใกล้กัน อยู่ที่ 146 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ถึงจุดที่จะทำให้มีปัญหาคือ 150 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม เมื่อทดลองวิเคราะห์โดยใช้ซอฟท์แวร์ Coolit ของบริษัท Data Research ซึ่งวิเคราะห์ในลักษณะ 3 มิติ ปรากฎว่า อุณหภูมิจุดเดิมกลับมีค่าถึง 176 องศาเซลเซียสซึ่งมีผลต่อการทำงานของการ์ดนี้

Dan Jones, senior principal engineer กล่าวว่า "ตอนที่ผมเห็นผลการคำนวนจาก Coolit ผมรู้ทันทีว่าการคำนวนครั้งแรกนั้นมีข้อผิดพลาดแน่ๆ"

ปกติแล้วการวิเคราะห์เกี่ยวกัมอุณหภูมิ จะสมมติให้ปริมาตรที่จะถูกวิเคราะห์มีค่าคงที่ เช่น มีการกระจายความร้อนแบบเดียว หรือการกรจายความร้อนบนพื้นที่ใหญ่ ๆ หรือไม่นำผลของความร้อนมาคิดคำนวน สมมติฐานเหล่านี้จะทำให้การวิเคราะห์ออกมาผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อวิศวกรมีความกดดันในเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง

Jones ให้ความเห็นว่า "การคำนวนแบบธรรมดาที่ต้องใช้การสมมติ นั้นไม่เหมาะกับงานจริง ซอฟท์แวร์ Coolit ได้ช่วยแก้ไขจุดนี้"

ซอฟท์แวร์ Coolit จะตัดสินเลือกเอาสมมติฐานที่สามารถนำมาใช้ได้ในกับสภาวะนั้น ๆ และคำนวนหาผลลัพธ์ที่เหมาะสมออกมา หาก Jones ด้วยวิธีธรรมดาโดยใช้คณิตศาสตร์ เขาจะต้องใช้ความสามารถและประสบการณ์ของเขา ซึ่ง



Coolit สามารถคำนวนได้อย่างสมบูรณ์และยังคำนวนถึงผลกระทบอื่น ๆอีกด้วย Coolit สามารถรายงานผลได้แบบตรงจุดเช่นสามารถบอกได้ว่า heatsink ของ ภาคจ่ายไฟกระจายความร้อนได้ไม่ดีพอ ซึ่งเราสามารถแก้ปัญหาได้โดยเพิ่มจำนวนครีบของ heat sink Coolit ยังช่วยปรับปรุงระบบการถ่ายเทอากาศให้ดี โดยการปรับทิศทางการไหลของอากาศซึ่งช่วยให้ระบบ ถ่ายเทความร้อนได้ดีขึ้น

Jones กล่าวว่า "การใช้ CFD ช่วยลดเวลาในการพัฒนาไปได้ 2-3 เดือน" Jonesยังพบว่าใช้พัดลมระบายตัวเดียวไม่พอ ต้องใช้ถึง 5 ตัว และตัวกล่องต้องเล็กลงเพื่อบังคับให้มีการไหลของอากาศให้พอกับอุปกรณ์ที่เกิดความร้อน



ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์แสดงทิศทางการไหลของอากาศและการกระจายความร้อน ในลักษณะ 2 มิติและ 3 มิติ ซึ่งสีต่าง ๆ แสดงอุณหภูมิที่มีค่าต่าง ๆ กันไป และลูกศรแสดง ทิศทางและความเร็วของการไหล และสามารถทำการซ้อนภาพเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง ในระหว่างที่มีการแก้ไขได้

จากประสบการณ์ของทางด้านการใช้ CFD กว่า 15 ปี Jones กล่าวอย่างมั่นใจว่า "บริษัทใดต้องการนำหน้าคู่แข่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ CFD ถ้าวิเคราะห์เรื่องอุณหภูมิ"